Automatically translated.View original post

How is AML different from APL?

🧡 AML.

Like a "big group" of Myeloid leukemia.

There are many subtypes.

The main symptoms are

* Tired, pale

* Fever, easy infection

* Low platelets

* Bleeding easily

Main treatment = chemotherapy 🧪

❤️ APL.

It's a subtype of AML.

But "special" because

✨ has t (15; 17)

✨. Very high DIC risk.

✨ bleeding in the brain / lungs.

Therefore considered

🚨 Oncologic Emergency

💊 Highlights of APL

Give the ATRA pills so fast!

If APL is suspected, doctors often rush to start.

All-trans retinoic acid

Immediately, even waiting for confirmation.

Because it reduces bleeding deaths.

# Nurse elder Yi # Nurse # Chemotherapy # Learn a story a day # Nursing students

5/14 Edited to

... Read moreเมื่อพูดถึงมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันสาย Myeloid อย่าง AML และ APL หลายคนอาจสับสนว่าทั้งสองชนิดนี้แตกต่างกันอย่างไร ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยโรคนี้ ขอสรุปเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจลึกซึ้งขึ้นได้ง่ายขึ้น AML นั้นเป็นกลุ่มใหญ่ของมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันสาย Myeloid ซึ่งประกอบด้วยหลาย subtype ที่มีความหลากหลายในลักษณะทางพันธุกรรมและอาการทั่วไป อาทิ อาการเหนื่อย ซีด มีไข้ ติดเชื้อง่าย เกล็ดเลือดต่ำ และเลือดออกง่าย การรักษาหลักจะใช้เคมีบำบัดแบบมาตรฐาน เช่น สูตร 7+3 ที่ใช้ Cytarabine และ Anthracycline ในทางตรงข้าม APL ถือเป็น subtype หนึ่งของ AML ที่มีลักษณะพิเศษ คือ มีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม t(15;17) ซึ่งก่อให้เกิดการรวมตัวของยีน PML-RARA ซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเซลล์เม็ดเลือด APL มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิด DIC (ภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ) และเลือดออกรุนแรงในสมองหรือปอด จึงถือว่าเป็นภาวะฉุกเฉินทางเนื้องอกวิทยา ที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน จุดเด่นที่ช่วยรักษา APL คือ การใช้ยา All-trans retinoic acid (ATRA) อย่างรวดเร็ว แม้ว่าผลยืนยันทางห้องปฏิบัติการยังไม่ออก เพราะ ATRA จะช่วยป้องกันการเสียชีวิตจากภาวะเลือดออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มเติมอีกประเด็นสำคัญคือ การดูแลผู้ป่วย APL ควรเน้นการเฝ้าระวังอาการเลือดออกและภาวะแทรกซ้อนต่างๆ อย่างใกล้ชิด รวมถึงการป้องกันและรักษาภาวะติดเชื้อเนื่องจากภูมิคุ้มกันต่ำจากเคมีบำบัด ประสบการณ์ตรงจากการดูแลผู้ป่วยพบว่าการเริ่มให้ยา ATRA อย่างรวดเร็วและการบริหารจัดการภาวะแทรกซ้อนสามารถเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและคุณภาพชีวิตได้อย่างมาก การให้ความรู้กับผู้ป่วยและครอบครัวเกี่ยวกับอาการที่ต้องรีบแจ้งทีมแพทย์เป็นสิ่งสำคัญมาก ท้ายที่สุด ต้องเน้นว่า AML และ APL แม้จะมีความเกี่ยวข้องกันแต่ก็มีความแตกต่างทั้งทางพันธุกรรม ความรุนแรง และแนวทางการรักษา หากสงสัยควรเข้าพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและดูแลอย่างถูกต้องเพื่อผลลัพธ์ที่ดีของผู้ป่วย