Blush like this, both durable and extremely young.
💌 Brand: Patrick TA
✨ suitable for: everyone
💵 Price: 1,550.-
# Beauty review # BeautyAddict # makeuptutorial # BeautyTips # Talk to Beauty
ถ้าใครกำลังเล็ง Patrick TA blush แล้วลังเลว่า “สีไหนสวย” หรืออยากรู้ว่าติดทนจริงไหม เราขอแชร์จากประสบการณ์ใช้แบบจริงจังเลยนะคะ (เราใช้โทน Just Enough เป็นหลัก) จุดที่ทำให้แบรนด์นี้ดังไม่ใช่แค่สีสวย แต่คือฟีลผิวเวลาเซ็ตแล้วมันดู “แก้มเด็ก” แบบนุ่มๆ ไม่เป็นปื้น และอยู่ทนมากกว่าที่คิด วิธีลงบลัชให้หน้าเด็ก + ติดทนทั้งวัน (ทริคที่เราทำประจำ) 1) เตรียมผิว: ลงมอยส์/กันแดด แล้วตามด้วยรองพื้นหรือคุชชั่นบางๆ อย่าให้ผิวแห้งเกินไป เพราะบลัชจะเกาะเป็นด่างได้ 2) ลงบลัชแบบยกแก้ม (ตำแหน่งสำคัญมาก): แตะบลัชบริเวณ “หน้าแก้มใต้ตาเล็กน้อย” แล้วปัดเฉียงขึ้นไปทางขมับนิดเดียว จะได้ลุคหน้าเด็กแต่ยังยกหน้า ไม่ดูแก้มแดงเป็นวง 3) เทคนิคติดทน: ถ้าอยากให้ติดทนทั้งวันแบบแน่นๆ ให้ลงบลัชเป็นชั้นบางๆ 2 รอบแทนการปาดหนักรอบเดียว (รอบแรกเบามากให้เป็นฐาน รอบสองเพิ่มสีเฉพาะจุด) 4) เครื่องมือที่ใช้แล้วรอด: แปรงขนฟูแน่นกำลังดีจะให้ผิวเนียนที่สุด ส่วนฟองน้ำเหมาะกับวันที่อยากได้ลุคฉ่ำๆ แต่ให้แตะเบามือ ไม่ถูวน 5) เซ็ตให้สวย: ปิดท้ายด้วยแป้งโปร่งแสงบางๆ เฉพาะบริเวณที่มันง่าย (ข้างจมูก/ทีโซน) แล้วฉีดสเปรย์ล็อกเมคอัพ จะช่วยให้สีบลัชไม่ดรอประหว่างวัน Patrick TA blush เหมาะกับใคร? - คนที่ชอบลุคแก้มระเรื่อธรรมชาติ ไม่โป๊ะ - คนที่อยากได้บลัชที่ “ทำให้หน้าดูเด็กลง” เพราะโทนสีจะละมุนและดูเป็นผิว - คนที่ต้องการความติดทน ใส่แมสก์/ออกไปข้างนอกทั้งวันแล้วยังมีสีอยู่ เลือกสีไหนดีให้เหมาะกับผิว (แนวทางเลือกแบบไม่พลาด) - ผิวขาว-ขาวเหลือง: โทนชมพูนม/พีชอ่อนจะทำให้ดูละมุนที่สุด - ผิวกลาง-ผิวสองสี: โทนพีชอมส้ม/โรสอุ่นๆ จะช่วยให้หน้าดูสดใส ไม่ซีด - ผิวแทน: โทนโรสเข้ม/เบอร์รี่/บรอนซ์อมชมพูจะเด่นและไม่ลอย สำหรับ Just Enough (ที่เราใช้) เราว่าเป็นโทนที่แต่งง่ายมาก ใช้ได้ทั้งวันสบายๆ และถ้าเพิ่มจำนวนชั้นก็ปรับเป็นลุคออกงานได้เหมือนกัน ใครมีโทนผิวหรือสไตล์เมคอัพที่ชอบ บอกได้นะคะ เดี๋ยวช่วยแนะนำโทนสีที่น่าจะเข้ากับผิวให้ค่ะ