3/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังหาข้อมูล “fresh soy face cleanser” อยู่ บอกเลยว่าเป็นคลีนเซอร์ที่ฉันหยิบใช้บ่อยมาก โดยเฉพาะวันที่แต่งหน้าเบาๆ หรืออยากพักผิว เพราะเนื้อเจลใส ลื่นๆ ล้างแล้วไม่ตึง ไม่ทิ้งความเอี๊ยด และกลิ่นค่อนข้างอ่อน (สายแพ้น้ำหอมมักจะถูกใจ) วิธีที่ฉันใช้แล้วรู้สึกว่าผิวแฮปปี้คือ นวดบนผิวเปียกประมาณ 30–60 วินาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง วันไหนแต่งหน้าจัดจะทำ double cleansing ก่อน แล้วค่อยตามด้วยตัวนี้อีกที จะช่วยให้ผิวสะอาดแต่ยังนุ่มอยู่ จุดที่ฉันชอบของ Fresh Soy Face Cleanser คือมัน “บาลานซ์” มาก เหมาะกับผิวธรรมดา-ผิวผสม และคนที่เริ่มต้นอยากได้คลีนเซอร์ที่ไม่ทำร้ายผิว แต่ถ้าใครผิวมันมากๆ และชอบความรู้สึกสะอาดเอี๊ยด อาจรู้สึกว่ามันอ่อนโยนไปนิด แนะนำให้ใช้ช่วงเช้าหรือสลับกับโฟมที่ทำความสะอาดล้ำลึกกว่าในวันที่เหงื่อออกหนักๆ ส่วนคำถามยอดฮิต “เครื่องสำอาง Sephora Collection อะไรน่าใช้” อันนี้ขอแชร์แบบมัดรวมไอเท็มต้องตำที่ฉันว่าคุ้มและหาได้ง่าย (เหมาะกับคนอยากได้งานดี ราคาไม่แรง) 1) เบส/ไพรเมอร์ของ Sephora Collection: ถ้าวันไหนต้องการให้เมคอัพติดทนขึ้น ฉันจะลงไพรเมอร์บางๆ เฉพาะบริเวณที่รูขุมขนกว้างหรือทีโซน จะช่วยให้ผิวดูเนียนและแต่งหน้าต่อได้ง่ายขึ้น 2) คอนซีลเลอร์/รองพื้นในไลน์ Sephora Collection: จุดเด่นคือเนื้อทำงานง่ายและราคาดี แนะนำให้ลองเฉดที่เคาน์เตอร์หรือสวอตช์ให้เข้ากับสีคอ (ไม่ใช่แค่สีหน้า) จะได้ไม่ลอย 3) ลิปและดินสอเขียนขอบปาก: เป็นหมวดที่ฉันว่า “คุ้ม” เพราะเนื้อสีแน่น ใช้ได้ทุกวัน และจับคู่กับลิปที่มีอยู่แล้วได้ง่าย ช่วยให้ปากดูเต็มขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งฟิลเลอร์ 4) แปรง/ฟองน้ำ/อุปกรณ์: ถ้าอยากอัปเกรดงานผิว แนะนำเริ่มที่อุปกรณ์ก่อนเลย เพราะช่วยให้รองพื้นเนียนขึ้นแบบเห็นความต่างจริง ท้ายสุด ถ้าใครเป็นสายบลัชออน ช่วงนี้กระแส Rare Beauty Blush กับ Patrick Ta Blush ก็ยังแรงมาก (เห็นคนพูดถึงบ่อยใน Sephora Favourtie Items!) ทริคของฉันคือแตะทีละนิดแล้วค่อยๆ เพิ่ม จะได้แก้มสวยแบบไม่โป๊ะ และติดทนทั้งวัน ถ้าบอกสภาพผิว/งบ/ลุคที่ชอบมาได้ ฉันช่วยคัด “Sephora Collection ตัวน่าใช้” ให้เข้ากับคุณมากขึ้นได้เลย