Automatically translated.View original post

Studying Thai boxing on 43 years

Studying Muay Thai at the age of 43.

To strengthen muscles and muscles.

Strong. No disease is a good fortune. 🥰

6/7 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังหา “ที่ซ้อมมวย” แล้วลังเลเพราะอายุหรือไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน เราอยากบอกว่าเริ่มได้เสมอค่ะ เราเริ่มเรียนมวยไทยตอนอายุ 43 ปี เป้าหมายไม่ได้จะไปชกจริงจัง แค่อยากเสริมกล้ามเนื้อ ความแข็งแรง และทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉงขึ้น พอเริ่มทำต่อเนื่องรู้สึกได้เลยว่าหายเหนื่อยง่าย นอนหลับดีขึ้น และมีกำลังมากขึ้นในชีวิตประจำวัน เวลาจะเลือกที่ซ้อมมวย เราใช้หลักง่ายๆ 6 ข้อที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ไวขึ้น 1) ทำเลและเวลาเรียน: เลือกที่เดินทางสะดวก ใกล้บ้าน/ที่ทำงาน และมีคลาสหลังเลิกงานหรือเช้าๆ จะทำให้ไปได้สม่ำเสมอ 2) ครูผู้สอนใส่ใจมือใหม่: ลองไปดูคลาสจริงสักครั้ง ครูควรสอนท่าพื้นฐาน ชี้จุดผิด และปรับตามสภาพร่างกาย ไม่เร่งให้หนักเกิน 3) ความปลอดภัยและอุปกรณ์: พื้นที่ควรสะอาด มีนวม เป้าล่อ กระสอบ และถ้ามีสนับแข้ง/ฟันยางให้แนะนำยิ่งดี (มือใหม่ควรมีของตัวเองเพื่อความพอดี) 4) บรรยากาศ: เราชอบยิมที่คนหลากหลายวัย ไม่กดดัน มีเพื่อนร่วมคลาสคอยให้กำลังใจ จะทำให้ไม่เขินและไปต่อได้ 5) ราคาและแพ็กเกจ: บางที่มีทดลองคลาส/รายครั้ง/รายเดือน ลองเริ่มแบบรายครั้งก่อน 1-2 สัปดาห์ แล้วค่อยตัดสินใจซื้อแพ็กเกจ 6) ความชัดเจนของเป้าหมาย: ถ้าเป้าหมายคือฟิตเนสและสุขภาพ เลือกคลาสที่เน้นพื้นฐาน ฟุตเวิร์ก คาร์ดิโอ และเวทเบาๆ มากกว่าคลาสสปาร์ที่หนัก สำหรับมือใหม่วัยทำงาน เราแนะนำวิธีเริ่มซ้อมแบบไม่หักโหม: สัปดาห์แรกไป 2 วันพอ เน้นวอร์มอัพให้ครบ (10–15 นาที) แล้วค่อยเริ่มชกเงา ต่อยเป้า เตะกระสอบเบาๆ จบด้วยยืดเหยียด โดยเฉพาะสะโพก น่อง ไหล่ และหลัง ช่วงแรกจะปวดเมื่อยเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ามีเจ็บแปลบๆ หรือข้อปวดชัดเจน ให้พักและบอกครูทันที ทริคเล็กๆ ที่ช่วยให้ไปได้นาน: กินโปรตีนให้พอ ดื่มน้ำเยอะๆ นอนให้พอ และอย่าลืมฟังร่างกายตัวเองค่ะ การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจริงๆ และการมี “ที่ซ้อมมวย” ที่เหมาะกับเรา คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้สุขภาพดีขึ้นแบบยั่งยืน