ได้ค่าตัว 10,000 แต่ทำไม "เหลือไม่ถึงหมื่น"

ใครที่รับงานตรงจากกอง หรือ บริษัท ตอนเห็นตัวเลขในใบเสนอราคา ว่างานนี้ได้หมื่นนึง หลายคนดีใจจนวางแผนใช้เงินไปล่วงหน้าแล้วใช่ไหมครับ?

แต่พอเงินเข้าบัญชีจริง เอ้า! ทำไมยอดมันหายไป? แล้วทำไมใช้ไปแป๊บเดียว... เงินหมดเฉยเลย?

วันนี้บอลจะมากางตัวเลขให้ดูครับว่า "เงินหมื่น" ของฟรีแลนซ์/นักแสดง จริงๆ แล้วมันควรแบ่งยังไงให้เราไม่ช็อตตอนสิ้นเดือน (หรือสิ้นปี!)

1. ด่านแรก: โดนหักภาษี 3% ทันที!

ทุกงานแสดงหรืองานจ้างทั่วไป ถ้าเรารับตรง เราจะโดนหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 3% ครับ ดังนั้นเงิน 10,000 บาท จะถูกหักไป 300 บาททันที เงินจะเข้าบัญชีเราจริงๆ คือ 9,700 บาท

คำแนะนำจากบอล: เงิน 300 นี้ไม่ใช่เงินหายนะ แต่มันคือภาษีที่เราจ่ายล่วงหน้าไป อย่าลืมจดไว้ทุกครั้ง เผื่อเอาไว้ขอคืนตอนต้นปีครับ!

2. สูตรแบ่งเงินฉบับบอล (70/10/10/5/5)

พอเงิน 9,700 เข้ามา บอลจะไม่ใช้ทั้งหมดครับ บอลจะใช้สูตรที่ทำให้เราอยู่รอดได้ในระยะยาว:

70% (6,790 บาท): ค่าใช้จ่ายส่วนตัว

เป็นค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าชุดแคสงาน หรือค่าใช้จ่ายรายเดือน พยายามคุมให้อยู่ในงบนี้ครับ

10% (970 บาท): เงินเก็บ/เงินออม/การลงทุน

นักแสดงอย่างเรา "งานไม่ได้มีทุกวัน" ครับ เงินก้อนนี้ต้องเก็บใส่บัญชีแยกไว้เลย (บอลชอบเอาใส่บัญชี Dime เพราะดอกเบี้ยดีและใช้จ่ายสะดวก) เผื่อเดือนไหนงานเงียบ เราจะได้ยังมีเงินกินข้าวแบบไม่ลนลาน

อีกแหล่งนึงที่บอลใส่เงินไว้ คือ กอช. (กองทุนการออมแห่งชาติ) ตัวนี้จะเป็นเหมือนเงินบำนาญให้เรา มีดอกเบี้ยจากการลงทุน และเงินสมทบจากภาครัฐ ระหว่างที่เราสะสม และเอาไปลดหย่อนภาษีได้ ตอนยื่นภาษีต้นปี

10% (970 บาท): ภาระหนี้สิน

เป็นหนี้ก็ต้องใช้ ถูกต้องมั้ยครับ บอลจะแบ่งไว้ 10% เลย สำหรับเรื่องนี้ แล้วถ้าวันนึงหนี้หมดแล้ว เรายังสามารถเอาเงินส่วนนี้ไปเติมเรื่องการลงทุนได้อีกด้วย

5% (485 บาท): ภาษีส่วนเกิน

ปัญหาใหญ่ของนักแสดงเลย คือ ภาษีครับ ในวันที่เราเติบโต เราต้องมีการจ่ายภาษีเพิ่มเติม ซึ่งบอลโดนมาแล้ว 😭

ถ้าเราไม่มีเงินส่วนนี้ไว้ บอกเลยเจ็บเอาเรื่องนะครับ (บอลจะฝากไว้ใน Dime FCD! เพราะเรารู้วันเวลาที่แน่นอน และดอกเบี้ยดี 4.5%)

5% (485 บาท): เอนเตอร์เทนเม้นท์

ชีวิตคนเรา ก็ต้องมีฟุ่มเฟือยบ้างจริงมั้ยครับ แต่จะฟุ่มเฟือยยังไงไม่ได้กระทบ เงินก้อนนี้แหละครับ ที่จะเยียวยาจิตใจ (เอาจริงๆ มันมากกว่าจ่าย 10 รอบอีกนะ 😁 ขออภัยคุณ CK)

สรุปสั้นๆ:

ถ้าเราใช้เงิน 10,000 แบบไม่มีแผน เราจะรู้สึกว่า "เงินหายไปไหนหมด" แต่ถ้าเราบริหารแบบนี้ เราจะมีทั้งเงินกิน เงินสำรอง และเงินออม เพื่อให้อยู่ในวงการนี้ได้อย่างมั่นคงและสง่างามครับ

ใครเคยตกใจกับยอดเงินที่เข้าบัญชีบ้าง? หรือมีวิธีแบ่งเงินแบบไหนที่ใช้แล้วเวิร์ก ลองมาคอมเมนต์แชร์กับบอลหน่อยนะครับ!

#บอลนักจัดหานักแสดง #บริหารเงิน #ฟรีแลนซ์ #งานแสดง #การเงินฉบับนักแสดง

5/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงของผมที่ทำงานฟรีแลนซ์และนักแสดง ผมเข้าใจความรู้สึกตอนเห็นยอดเงินค่าตัวที่เข้าบัญชีแล้วหายไป เหลือไม่ถึงจำนวนที่คิดไว้เต็มๆ ซึ่งสาเหตุหลักมาแทบทุกครั้งก็คือภาษี ณ ที่จ่ายที่ถูกหักทันที 3% และถ้าเราไม่วางแผนการใช้เงินอย่างเป็นระบบ เราจะรู้สึกว่าเงินหมดไปโดยไม่รู้ตัว นอกเหนือจากการแบ่งเงินตามสูตร 70/10/10/5/5 ที่แนะนำในบทความแล้ว ยังมีเทคนิคที่ผมใช้และอยากแนะนำเพื่อรับมือกับรายได้ไม่แน่นอนนี้ เช่น การตั้งบัญชีธนาคารแยกสำหรับเงินออมและเงินภาษีเพื่อป้องกันการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ รวมถึงการประเมินค่าใช้จ่ายล่วงหน้าอย่างรอบคอบเพื่อกำหนดงบประมาณส่วนตัวให้เหมาะกับรายได้จริงในแต่ละเดือน สำหรับนักแสดงหรือฟรีแลนซ์ที่มีรายได้เข้ามาแบบไม่สม่ำเสมอ การมีเงินออมที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายและมีดอกเบี้ยรองรับ เช่น บัญชี Dime หรือการลงทุนระยะสั้น จะช่วยให้มีสภาพคล่องการเงินที่ดี และยังช่วยลดความกังวลใจในช่วงที่ไม่มีงานเข้าหรือรายได้ลดลง นอกจากนี้ การเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้เตรียมสำรองภาษีส่วนเกินที่อาจเกิดขึ้นจากรายได้ที่เติบโตในอนาคต ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม สุดท้ายนี้ อยากให้ทุกคนลดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยที่อาจทำให้เงินหมดเร็ว terlalu cepat โดยตั้งงบประมาณสำหรับความบันเทิงหรือความสุขส่วนตัวอย่างชัดเจน เพื่อให้การเงินเป็นไปอย่างสมดุลและมั่นคงในระยะยาว การแบ่งและจัดการเงินอย่างมีวินัยจะทำให้คุณสามารถอยู่ในวงการนี้ได้อย่างสบายใจ ซึ่งจากการลองใช้วิธีนี้มา ผมพบว่าช่วยให้ชีวิตทางการเงินมีความมั่นคงขึ้นมาก และไม่มีความรู้สึกว่าต้องกังวลเรื่องเงินในทุกๆ เดือน