ความสุขเรียบง่าย = เงินเหลือมากกว่า

แชร์กลยุทธ์ "แกล้งจน"

คุมรายจ่ายอยู่หมัด ฉบับคนทำงานอิสระ 💸🛑

เคยเป็นไหมครับ? สมัยงานน้อย เงินไม่กี่ร้อยก็อยู่ได้

แต่พองานเยอะขึ้น รายได้มากขึ้น เงินกลับ "หายไว" เหมือนเดิมเฉยเลย!

สิ่งนี้เรียกว่า "Lifestyle Inflation" หรือรายจ่ายที่โตตามความเหนื่อยครับ ยิ่งเหนื่อยก็ยิ่งอยากให้รางวัลตัวเองจนกระเป๋าฉีก

วันนี้บอลเลยเอา 3 เทคนิคดึงสติที่บอลใช้จริงมาฝากกันครับ 👇

💡 3 กลยุทธ์ "แกล้งจน" เพื่อเงินเหลือเก็บ:

1️⃣ Fixed Lifestyle 🛒

รักษามาตรฐานการกินอยู่ให้เหมือนตอนรายได้น้อยที่สุดครับ รายได้เพิ่มขึ้นแต่ใช้เท่าเดิม เงินส่วนต่างที่เหลือคือกำไรชีวิตที่จะเอาไปลงทุนต่อให้งอกเงย

2️⃣ กฎ 48-72 ชั่วโมงดึงสติ ⏳

เวลาอยากได้อะไรเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ให้กดใส่ตะกร้าทิ้งไว้ 2-3 วันครับ ถ้าผ่านไปแล้วยังอยากได้อยู่ค่อยซื้อ เชื่อไหมครับว่า 80% ของความอยากได้มันจะหายไปเองตั้งแต่วันแรก!

3️⃣ แบ่งกระเป๋า EN (Entertain) 5% 🎭

ไม่ต้องถึงขั้นตึงจนไม่มีความสุขครับ รายได้เข้ามาปุ๊บ ตัด 5% เข้ากระเป๋าสำหรับให้รางวัลตัวเองทันที หมดก้อนนี้คือหยุด เพื่อไม่ให้ตบะแตกทีหลัง

"ชัยชนะที่แท้จริง ไม่ใช่การหาเงินได้เยอะที่สุด... แต่คือการมีความต้องการน้อยที่สุด ในวันที่เรามีเงินมากที่สุดครับ"

ใครเคยติดกับดักรายได้เยอะ รายจ่ายแยะบ้าง? มีวิธีดึงสติตัวเองยังไงมาคอมเมนต์แชร์กันหน่อยครับ 👇

5/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเรื่องการควบคุมรายจ่ายสำหรับคนทำงานอิสระนั้นเป็นสิ่งที่ผมเองก็ต้องปรับตัวบ่อย ๆ เหมือนกันครับ โดยเฉพาะเวลาที่รายได้เริ่มเพิ่มขึ้น มักจะมีความรู้สึกอยากใช้จ่ายเพื่อรางวัลตัวเองมากขึ้นจนลืมตัว พอผ่านไประยะหนึ่งก็พบว่าเงินที่เก็บได้กลับไม่เพิ่มขึ้นเท่าที่คิด วิธีที่ผมใช้ช่วยได้มาก คือการตั้งกฎให้ตัวเองเหมือนกับคำว่า ‘แกล้งจน’ คือยังใช้ชีวิตแบบเมื่อก่อนตอนรายได้น้อย ๆ แต่เมื่อรายได้เพิ่มก็เก็บส่วนต่างไว้ก่อน อย่างแรก Fixed Lifestyle ที่จะช่วยให้เรารักษาระดับการใช้จ่ายให้อยู่ในเกณฑ์เดิม โดยผมจะกำหนดงบประมาณรายเดือนตายตัวสำหรับค่ากินอยู่หรือของใช้ต่าง ๆ แม้จะมีเงินเดือนเพิ่มขึ้น ก็จะไม่ขยายรายการใช้จ่ายออกไป อีกเทคนิคที่ช่วยได้ดีคือ การใช้เวลา 48-72 ชั่วโมงเพื่อตัดสินใจซื้อของที่อยากได้จริง ๆ เพราะช่วงเวลานี้จะทำให้อารมณ์ชั่ววูบผ่านไป และลดการซื้อของฟุ่มเฟือยที่บางครั้งซื้อเพราะอารมณ์ล้วน ๆ นอกจากนี้ผมยังแนะนำให้แบ่งเงิน 5% ของรายได้เพื่อความบันเทิงและรางวัลตัวเอง ซึ่งช่วยทำให้ไม่รู้สึกเครียดเกินไปกับการประหยัดเงิน แต่ก็ไม่เกินงบจนใช้จ่ายเกินตัวได้ง่าย ๆ ความสุขที่แท้จริงในมุมมองผมคือการรู้จักพอ ไม่ใช่การหาเงินเยอะที่สุดแล้วใช้หมดทันที แต่เป็นการบริหารรายได้อย่างชาญฉลาดให้มีเงินเหลือเก็บและมีความสุขไปด้วยกันจริง ๆ ใครที่กำลังเจอปัญหาเดียวกัน ลองนำ 3 เทคนิคนี้ไปใช้ดูนะครับ แล้วจะเห็นว่าเงินออมจะเริ่มมีมากขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในการใช้จ่ายแบบมีสติ