From 82 to 62 (used to be the heaviest 90!!!) Only 158
Put all the science of diet together, not specifically, because doing everything alternately, halfway through, not yet reaching the goal. 🏃🏻♀️
* * * All that has been done is as follows * * *
- Exercise
- Food control.
- Embroidered pen (embroidered at bmi 33 used to bmi up to 36 current 24.8)
- Do IF (not intended to do, but convenient like this)
- Count calories in deficits (very important, always done)
- Some eat low carbs, Keto.
- Some periods eat normal foods such as rice, flour, bread.
- Some break, but come back quickly.
- Do it consistently for over a year. Not only for a few months. Keep going. Don't stop.
การลดน้ำหนักสำหรับคนตัวเล็กอย่างผู้เขียนที่มีความสูงเพียง 158 ซม. นั้นต้องมีการวางแผนและปรับพฤติกรรมอย่างเหมาะสมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและยั่งยืน ในประสบการณ์จริงนี้ ผมได้นำศาสตร์ในการลดน้ำหนักหลายอย่างมาผสมผสานกัน ไม่ได้ยึดติดแค่แนวทางเดียว เช่น การออกกำลังกายที่หลากหลาย การควบคุมอาหารที่ยืดหยุ่น ทั้งกินอาหารปกติ โลว์คาร์บ หรือคีโตสลับกันไปตามความเหมาะสม รวมทั้งการนับแคลอรี่เพื่อให้อยู่ในภาวะขาดดุลพลังงาน (calorie deficit) อย่างต่อเนื่อง สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งคือความสม่ำเสมอและความอดทน ถือเป็นหัวใจหลักที่ทำให้ผมสามารถรักษาน้ำหนักให้ค่อยๆ ลดลงจาก 82 กิโลจนถึง 62 กิโลภายในระยะเวลาปีกว่า แทนที่จะโฟกัสแค่ในช่วงสั้นๆ ไม่กี่เดือน การทำ IF (Intermittent Fasting) เป็นอีกเทคนิคที่ช่วยในการจัดการเวลากินอาหารได้ง่ายและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผม โดยไม่ได้ตั้งใจทำแต่สะดวกและลงตัวกับชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ บางครั้งผมก็มีช่วงเวลาที่ "ตบะแตก" หรือกินเกินแผนที่ตั้งไว้ แต่สิ่งที่ทำคือกลับมาให้ไวและไม่ยอมแพ้กับตัวเอง การให้กำลังใจและไม่ตัดสินตัวเองมากเกินไป ทำให้สามารถเดินหน้าสู่เป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง การลดน้ำหนักกับคนที่เคยมี BMI สูงสุดถึง 36 และตอนนี้เหลือ 24.8 เป็นเรื่องที่ต้องมองภาพรวมในระยะยาว และหลีกเลี่ยงวิธีการที่ทำให้ร่างกายเครียดหรือขาดสารอาหาร การผสมผสานวิธีการต่างๆ ที่เหมาะสมและสร้างสมดุลจึงเป็นกุญแจสำคัญ สุดท้าย การวางเป้าหมายที่เป็นจริง พร้อมที่จะเรียนรู้ ปรับเปลี่ยน และเดินหน้าต่อไปโดยไม่ยอมแพ้ เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผมได้รับผลลัพธ์ที่น่าพอใจ
