เมื่อก่อนโทรศัพท์ใช้อย่างไรหนอ

สวัสดีค่ะ วันนี้พวกเรายังอยู่ที่ /พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก และตามที่เกี่ยวก้อยสัญญากันไว้เมื่อครั้งที่แล้ว วันนี้เลยมาพูดถึงเรื่องการใช้มือถือของคนสมัยก่อนกันค่ะ

ภาพแรกเป็นโทรศัพท์มือถือแบบหมุนหรืออีกชื่อคือโทรศัพท์แบบโรตารี่ค่ะ เราไปค้นข้อมูลเพิ่มเติมมาพบว่าโทรศัพท์แบบนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงช่วงปี 1950 และใช้กันอย่างแพร่หลายมาจนถึงปี 1970 - 1980 ก่อนถูกแทนที่ด้วยโทรศัพท์แบบปุ่มกดค่ะ (ตอนเด็กๆเราทันโทรศัพท์มือถือบ้านแบบปุ่มกดนะคะ)

โทรศัพท์เครื่องที่เราถ่ายมาวิทยากรท่านบอกว่าเป็นเครื่องที่ได้รับบริจาคมาจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยค่ะ (ทุกคนสามารถไปชมของจริงที่บ้านหลังที่สามนะคะ)

และเกร็ดความรู้ที่เราได้วันนี้คือเบอร์โทรศัพท์สมัยก่อนมีเลขแค่ 5 ตัวค่ะ (ตัวอย่างเพิ่มเติมดูที่ภาพที่สองบรรทัดสุดท้ายได้เลยนะคะ) และการหมุนต้องหมุนติดต่อกันอย่างรวดเร็ว หากลืมเลขใดเลขนึงต้องกดใหม่ค่ะ

ตอนนั้นเราเลยลองยกตัวอย่างเพื่อที่เราจะได้เข้าใจมาขึ้นว่า "สมมุติเบอร์หนูเมื่อก่อนคือ 23456 แต่มีจังหวะที่หนูไม่แน่ใจไปแค่แปบเดียวว่าเลขอันดับที่3 ของเราคือเลขไหน แม้แค่แปบเดียวก็ต้องกดเลขทั้งหมดใหม่ใช่ไหมคะ"

วิทยากรตอบเราว่า "ต้องกดใหม่ตั้งแต่เริ่มเลย"

ภาพที่สองเป็นภาพป้ายให้เช่าสมัยก่อนค่ะ ป้ายจะเขีบนว่า 'TO LET' หรือ 'ให้เช่า' นั่นเองค่ะ ตรงส่วนนี้วิทยากรท่านเล่นมุกตลกกับเราด้วยว่า "ห้องนี้ไม่ใช่ห้องน้ำนะ"

ตอนแรกเราไม่เข้าใจค่ะจนท่านบอกว่า "TO LET น่ะหากเติม I ไปตรงกลางจะกลายเป็น TOILET ที่แปลว่าห้องน้ำ"

และท่านก็อธิบายอีกว่าจริงๆบ้านหลังนี้จริงๆไม่ใช่บ้านแต่บ้านห้องแบ่งเช่า แต่ตอนที่กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เลยรื้อส่วนที่เป็นห้องแบ่งเช้าออกเหลือเป็นพื้นที่โถงกว้างๆให้ผู้เยี่ยมชมเดินดูได้สะดวกสบายค่ะ และห้องแบ่งเช้าเมื่อก่อนชั้นแรกมักเปิดเป็นหน้าร้านสำหรับค้าขายประกอบอาชีพ ห้องที่ถ่ายมาภาพที่2 วิทยากรท่าบอกเอาไว้ใช้เก็บของค่ะ ส่วนพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยนั้นจะอยู่ชั้นสองขึ้นไปค่ะ

#พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก #โทรศัพท์เก่า #กรุงเทพไปไหนดี

5/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการได้มาเยือนพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกทำให้ผมได้ทราบถึงวิธีการใช้โทรศัพท์มือถือในสมัยก่อนที่แตกต่างจากปัจจุบันอย่างมาก โทรศัพท์โรตารี่ที่ต้องหมุนหมายเลขอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นจนจบแล้วถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อเราลืมเลขเพียงตัวเดียวก็ต้องเริ่มหมุนใหม่ทั้งหมด นอกจากนั้น ผมยังประทับใจเรื่องของเบอร์โทรศัพท์ที่ในอดีตมีเพียง 5 ตัวเลขเท่านั้น ต่างจากปัจจุบันที่มีตัวเลขมากขึ้นเพื่อรองรับจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล การเข้าใจวิธีการหมุนเลขและการต้องใช้ความรวดเร็วในการกดจึงสะท้อนให้เห็นถึงความอดทนและทักษะของคนในยุคนั้นๆ อีกเรื่องที่ทำให้ผมขำและเรียนรู้คือเรื่องป้าย "TO LET" ที่แสดงให้เช่า ได้เรียนรู้คำเล่นมุกที่ว่าหากเติมตัว I กลางคำจะกลายเป็น "TOILET" หรือห้องน้ำ เรื่องเล็กๆ นี้ช่วยให้เห็นความแตกต่างของภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันและการใช้คำในสมัยก่อนที่ยังเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและธุรกิจบ้านพักแบบแบ่งเช่าในชั้นแรก การเดินชมพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกไม่ใช่เพียงแค่ชมโทรศัพท์เก่าๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียนรู้วิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯ ยุคตะวันตกผสมตะวันออก และยังสะท้อนวัฒนธรรมการใช้ชีวิตแบบบ้านรวมเช่าที่มีหน้าร้านค้าในชั้นล่างกับที่อยู่อาศัยส่วนตัวบนชั้นสองขึ้นไป ซึ่งผมเชื่อว่าประสบการณ์นี้จะช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและสังคมไทยได้อย่างชัดเจน ถ้าใครที่สนใจผมแนะนำให้ไปสัมผัสด้วยตัวเองที่พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก เพราะนอกจากจะได้เห็นของเก่าอย่างโทรศัพท์โรตารี่แล้ว ยังมีข้อมูลและเรื่องราวอีกมากมายที่ทำให้เราเข้าใจและรู้สึกใกล้ชิดกับอดีตของกรุงเทพมหานครมากขึ้นอีกด้วย