บทบาทของสยามในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

#เหรียญเก่าเล่าเรื่อง

บทบาทของสยามในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

เหรียญนารายณ์บันฤาชัย (เหรียญชัย)

เหรียญนารายณ์บันฤาชัย เป็นเหรียญพระราชทานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์สำหรับประเทศไทย ซึ่งถูกสร้างขึ้นเป็นที่ระลึกแก่ผู้ที่เข้าร่วมพระราชการสงครามในสงครามโลกครั้งที่ ๑ ตัวเหรียญถูกออกแบบโดย ม.จ.อิทธิเทพสรรค์ กฤดากร และได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ในปี พ.ศ. ๒๔๖๔

เหรียญนี้ทำจากทองสัมฤทธิ์ รูปทรงกลม ด้านหน้าเป็นรูปนารายณ์บันฤาชัย ส่วนด้านหลังมีอักษรจารึกว่า “มหาสงครามเพื่ออารยธรรม” แพรแถบของเหรียญมีสีรุ้ง กว้าง ๓.๗ เซนติเมตร ซึ่งสีของแพรแถบนี้เป็นสีตามข้อตกลงของที่ประชุมของฝ่ายสัมพันธมิตร และใช้ประดับที่อกเบื้องซ้าย

สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง หรือ “The Great War” เป็นสงครามที่ยิ่งใหญ่และมีผลกระทบอย่างกว้างขวาง เริ่มต้นเมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๙๑๔ (พ.ศ. ๒๔๕๗) ด้วยความขัดแย้งของประเทศมหาอำนาจในยุโรปที่แบ่งเป็นสองฝ่าย คือ ฝ่ายสัมพันธมิตร (อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย) และฝ่ายมหาอำนาจกลาง (เยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการี และอิตาลี)

ในยุคนั้นมีทหารกว่า ๗๐ ล้านนายเข้าสู่สมรภูมิรบ และมีทหารเสียชีวิตมากกว่า ๙ ล้านนาย รวมถึงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและสูญหายกว่า ๔๐ ล้านคน

การเข้าร่วมของสยาม

ในช่วงต้นของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ประเทศสยามยังคงยึดมั่นอยู่ในความเป็นกลาง แต่เมื่อสงครามทวีความรุนแรงขึ้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ตัดสินพระราชหฤทัยประกาศสงครามกับเยอรมนีและออสเตรีย-ฮังการี เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๐

ทหารอาสาจากสยามจำนวน ๑,๒๓๓ นายได้เข้าร่วมสงคราม โดยมีทหารเสียชีวิตไป ๑๙ นาย เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๒ รัชกาลที่ ๖ โปรดเกล้าฯ ให้นำอัฐิของทหารอาสาทั้ง ๑๙ นายมาประกอบพิธี ณ พระอุโบสถวัดมหาธาตุฯ และบรรจุไว้ในอนุสาวรีย์ทหารอาสาที่มุมตะวันตกเฉียงเหนือของสนามหลวง

นอกจากนี้ พระองค์ยังพระราชทานเหรียญงานพระราชสงครามในทวีปยุโรปให้แก่ทหารอาสาทุกนายอีกด้วย เพื่อเป็นเกียรติและเป็นที่ระลึกในการเข้าร่วมสงครามครั้งนี้

#ประวัติศาสตร์น่ารู้ #ประวัติศาสตร์ #สงครามโลก #ประวัติศาสตร์ไทย

2025/8/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเวลาเจอคำว่า “พระราชสงคราม” ในบริบทสงครามโลกครั้งที่ 1 หลายคนจะนึกถึง “การรบ” อย่างเดียว แต่พอผมไปไล่อ่านเรื่องเหรียญและเอกสารประกอบถึงเข้าใจว่า คำนี้สะท้อน “พระราชอำนาจและการจัดการสงครามในนามพระมหากษัตริย์” ของสยามยุครัชกาลที่ 6 ด้วย คือไม่ได้เป็นแค่เหตุการณ์ไกลตัวในยุโรป แต่เป็นช่วงที่สยามใช้โอกาสทางการเมืองระหว่างประเทศ เพื่อยืนยันความเป็นรัฐสมัยใหม่และสร้างที่ยืนบนเวทีโลก สิ่งที่ช่วยให้จับภาพ “พระราชสงคราม” ได้ชัดสำหรับสายสะสม/คนชอบประวัติศาสตร์แบบผม คือกลุ่มเหรียญพระราชทานที่เกี่ยวข้องโดยตรง อย่างที่เห็นกันบ่อยในกล่องใส 2 เหรียญ คือ 1) เหรียญงานพระราชสงครามทวีปยุโรป (พ.ศ. 2461) — จุดสังเกตที่จำง่ายคือ “ริบบิ้นสีแดง” และเป็นเหรียญที่เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการในสมรภูมิยุโรป 2) เหรียญนารายณ์บันฤาชัย หรือ “เหรียญชัย” — จุดเด่นคือ “ริบบิ้นสีรุ้ง” ตามข้อตกลงฝ่ายสัมพันธมิตร และด้านหน้าเป็นรูปนารายณ์บันฤาชัย ด้านหลังมีข้อความ “มหาสงครามเพื่ออารยธรรม” ถ้าถามว่าทำไมเหรียญพวกนี้ถึงสำคัญกับเรื่องพระราชสงคราม ผมมองว่าเหรียญทำหน้าที่เป็น “หลักฐานเชิงรูปธรรม” ว่ามีการระดมกำลังคน/จัดหน่วย/ส่งกำลังไปต่างแดนจริง และรัฐให้การยกย่องเป็นทางการ ใครที่อ่านตัวเลขทหารอาสา 1,233 นาย อาจยังไม่เห็นภาพ แต่พอมาเจอเหรียญพร้อมริบบิ้นและคำจารึก จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของยุคนั้นทันที อีกมุมที่น่าสนใจคือการแยกความหมายของ “ริบบิ้น” ที่หลายคนมองข้าม ริบบิ้นสีรุ้งของเหรียญนารายณ์บันฤาชัยทำให้เราโยงไปถึงมาตรฐาน/ข้อตกลงร่วมของฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งสะท้อนว่าการเข้าร่วมสงครามของสยามไม่ได้เป็นการเคลื่อนไหวโดดเดี่ยว แต่เชื่อมกับระบบเกียรติยศและพิธีการระดับนานาชาติ ส่วนริบบิ้นแดงของเหรียญงานพระราชสงครามทวีปยุโรปก็ทำให้จำได้ง่ายว่าเป็นสาย “งานพระราชสงคราม” โดยตรง ถ้าคุณกำลังค้นคำว่า “พระราชสงคราม” เพื่ออยากทำความเข้าใจแบบเร็ว ๆ ผมแนะนำให้เริ่มจาก 3 อย่างนี้: (1) วันที่สยามประกาศสงครามและเหตุผลเชิงการทูต (2) ภารกิจของทหารอาสาไทยในยุโรป และ (3) เหรียญพระราชทาน 2 เหรียญนี้ เพราะเป็นเหมือนสรุปเรื่องราวไว้ในชิ้นเดียว ทั้งชื่อเหรียญ ปี พ.ศ. รูปแบบ และความหมายทางประวัติศาสตร์

ค้นหา ·
สรุปสงครามโลกครั้งที่ 1