เด็กหอก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด
ตอนที่ติดโรงเรียนนี้ดีใจมากกกกแต่ก็กลัวว่าจะเข้ากลับเพื่อนได้ไหมเพราะเป็นคนพูดไม่เก่งแถมยังขี้อายอีก ช่วงนั้นต้องอยู่หอตลอดห้ามกลับบ้านเพราะเป็นช่วงโควิดที่ต้องกักตัวทางโรงเรียนยังไม่มาตตราการให้กลับ ตอนแรกก็มีคิดถึงบ้านนิดหน่อย เข้าเป็นวันแรกไม่แย่อย่างที่คิดถึงจะนอนรวมห้องใหญ่แต่ยังมีแอร์ เพื่อนๆwelcome พี่ๆน่ารัก คุณครูพร้อมให้คำปรึกษา แถมมีกิจกรรมให้เด็กใหม่ได้ละลายพฤติกรรมกัน เป็นวันปฐมนิเทศที่ติดท็อปของชีวิตเลย ตอนแรกยังปรับตัวไม่ได้แต่มันก้ไม่ได้ยากเรายังมีเพื่อนที่เริ่มนับ0ไปพร้อมกัน ด้วยความที่ต้องนอนหอ เราใช้ชีวิตอยุ่ที่โรงเรียนมากกว่าที่บ้าน ทานข้าวเช้าก็เจอกัน ทานข้าวเสร็จไปเข้าแถว เรียนเสร็จทานข้าวเที่ยง เรียน ทานข้าวเย็น เข้าหอ เจอกันแทบจะ 24 ชั่วโมง โชคดีที่เราได้ทั้งเพื่อร่วมห้องนอนและห้องเรียนดี ทุกคนพร้อมที่จะรับฟังกัน เรื่องไหนไม่โอเคเราก้คุยกันได้ มีงอนกันนิดหน่อยแต่พออยุ่ด้วยกันไปนานเราก็จะเข้าใจพฤติกรรมกันเองว่าแต่ล่ะคนเป็นแบบไหน
ใครที่ยังไม่กล้าก้าวผ่านเซฟโซนของตัวเองลองดูนะคะ มันอาจจะไม่ได้การันตีว่าเราจะเจอเรื่องราวดี ๆ แน่ ๆ ร้อยเปอร์เซ็น แต่เราจะเติบโตขึ้นจากทุก ๆ ครั้งที่เราได้ลองนะคะ อย่างเราด้วยความที่เจอหน้าเพื่อนตลอด เราแค่มองหน้ากันบางีเราก็เข้าใจกันได้แล้วค่ะ ระยะเวลาแค่ 3 ปี เป็นความทรงจำและมิตรภาพที่แสนวิเศษสำหรับเราเลยค่ะ
การเป็นเด็กหอถือเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ท้าทายสำหรับหลายๆ คน โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นนำ เช่น โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี ที่ต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ และวิถีชีวิตที่แตกต่างจากบ้านเดิม จากประสบการณ์ที่ได้เจอมา สิ่งสำคัญที่สุดคือการเปิดใจและกล้าที่จะก้าวออกจากเซฟโซนของตัวเอง แม้บางครั้งเราอาจจะรู้สึกขี้อาย หรือสื่อสารไม่เก่ง แต่เพื่อนๆ และครูในโรงเรียนมักจะช่วยสนับสนุนและให้คำปรึกษาอย่างอบอุ่น ทำให้การปรับตัวเป็นไปได้ง่ายขึ้น หนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยละลายพฤติกรรมและทำให้เด็กหอใหม่รู้สึกไม่โดดเดี่ยวคือกิจกรรมปฐมนิเทศ ที่พาเด็กๆ มารู้จักและเข้าใจกันมากขึ้นก่อนเริ่มเรียนจริง ช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกันในหอพัก ไม่ว่าจะเป็นการทานข้าวเช้า เที่ยง เย็น หรือการเรียนและทำกิจกรรมที่โรงเรียน ทำให้เราได้สร้างมิตรภาพที่ลึกซึ้ง ทั้งกับเพื่อนร่วมห้องและเพื่อนในห้องเรียน แม้ว่าจะมีบ้างที่งอนหรือไม่เข้าใจกันบ้าง แต่เมื่อใช้เวลาร่วมกันนานๆ ก็จะเรียนรู้และปรับตัวเข้าหากันได้อย่างดี ข้อดีของการอยู่หอคือการได้เจอผู้คนหลากหลายได้ฝึกความรับผิดชอบและความเป็นอิสระ รวมถึงการเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมขนาดเล็กที่เหมือนครอบครัวเดียวกัน สำหรับใครที่ยังลังเลว่าจะลองใช้ชีวิตเป็นเด็กหอหรือไม่ ลองมองว่าการได้ก้าวผ่านความกลัวและความกังวลเหล่านั้น คือการเปิดโอกาสให้ตัวเองเติบโต และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตที่มีค่าในช่วงเวลาสำคัญของชีวิตนักเรียน เพราะตั้งแต่วันแรกที่เข้าหอ จนถึงวันที่เราจบการศึกษา 3 ปีที่โรงเรียนนี้ จะเป็นความทรงจำที่ไม่สามารถลืมได้และเป็นมิตรภาพที่งดงามตลอดไป สุดท้ายแล้ว การเรียนที่ Princess Chulabhorn Science High School Pathum Thani ไม่ได้มีเพียงแค่ด้านวิชาการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเรียนรู้ด้านมนุษยสัมพันธ์ ทักษะการใช้ชีวิต และการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่พร้อมเผชิญโลก ด้วยความช่วยเหลือและความอบอุ่นจากครอบครัวใหม่ในโรงเรียนแห่งนี้
