Automatically translated.View original post

💊⚠️ Too bad...But leave! Vitamins expire. Continue eating?

💊⚠️ Too bad...But must leave! Vitamins expire. Can you continue eating? Pharmacopoeia has the answer!

Hello, Sis!# Medicine doctor wants to tellToday, come to answer some of the hottest questions in the drugstore! Believe that many people used to have high-priced vitamin bottles in their cabinets and just saw that they had expired...Will leave and regret 😭. Will continue to eat, afraid to break!

👉🏻 Today, listen to advice from a young pharmacist on why not risk taking expired vitamins!

❌ 3 reasons why 'doctors don't recommend' to keep eating

* 💊 Drop-Off Efficiency!: Vitamins are active nutrients. At the expiration date, the active ingredient begins to decompose, even if ingested, it is not fully effective. It is a waste of time and does not nourish!

* 🧪 Toxic Accumulation Risk: Specifically, Fat-Soluble Vitamins (A, D, E, K) When they deteriorate, chemical changes may occur! The body must work hard to get rid of these substances, and they can have negative effects.# LiverAnd# KidneyIn the long run

* 🤢 Turbulent stomach risk: If a vitamin changes color, smells bad, or is clotted powder, that is a sign of contamination or deterioration, then ingesting it may experience adverse reactions such as abdominal pain, nausea, diarrhea.

✅ Simple summary: Regret money better, lose health! For safety, leave it. And next time, buy only the amount we eat in time will be better!

# Vitamin expires # Pills expire

❓ Who has accidentally expired vitamins? Let's share some experiences of what happened.

2025/9/26 Edited to

... Read moreเวลามีคนถามในร้านยาบ่อยมากว่า “วิตามินหมดอายุ 1 เดือน/3 เดือน/เป็นปี ยังพอกินได้ไหม” บอกตรงๆ ว่าโดยหลักแล้ว “ไม่แนะนำให้เสี่ยง” ค่ะ เพราะวันหมดอายุคือช่วงเวลาที่ผู้ผลิตรับประกันคุณภาพ/ความคงตัวภายใต้การเก็บที่เหมาะสมเท่านั้น พอเลยจุดนั้นไป เราไม่รู้แน่ชัดว่าตัวยายังเหลือเท่าเดิมไหม หรือมีการเสื่อมสภาพไปแค่ไหน ถ้าคุณกำลังลังเล ลองเช็กแบบเป็นขั้นตอนก่อน (แต่ถึงผ่านก็ยังไม่ควรกินนะคะ แค่นี้ช่วยตัดสินใจทิ้งได้ง่ายขึ้น) 1) ดู “วันหมดอายุ” กับ “วันผลิต” และสภาพการเก็บ: เคยวางในรถ/โดนแดด/อยู่ในห้องน้ำชื้นๆ ไหม? ถ้าใช่ โอกาสเสื่อมเร็วขึ้นมาก 2) ตรวจแพ็กเกจ: ฝาเปิดแล้วปิดไม่สนิท ซีลขาด ขวดบวม ซองปริแตก มีผงรั่ว = ทิ้งทันที 3) สังเกตรูปลักษณ์/กลิ่น: เม็ดเปลี่ยนสี มีจุดดำ เหนียวละลายง่ายผิดปกติ มีกลิ่นเหม็นหืน (พบบ่อยในกลุ่มวิตามินที่มีน้ำมัน เช่น A, D, E, K และน้ำมันปลา) หรือผงจับตัวเป็นก้อน = ไม่ควรกิน 4) เช็กชนิดวิตามินที่เสี่ยงเป็นพิเศษ - วิตามินซีหมดอายุ: มักเสื่อมคุณภาพง่ายเมื่อเจอความชื้น/ความร้อน กินแล้วอาจ “ไม่ค่อยได้ผล” และถ้ากลิ่น/สีเปลี่ยนก็ควรทิ้ง - วิตามินบี (เช่น B-complex, Z-BEC): ถ้าหมดอายุหรือเก็บไม่ดี ประสิทธิภาพลดลง บางคนท้องไส้ปั่นป่วนได้ ถ้ามีกลิ่นแรงผิดปกติหรือสีเม็ดเปลี่ยน แนะนำทิ้งค่ะ (คำถามว่า z bec อันตรายไหม—โดยมากไม่อันตรายในคนทั่วไปเมื่อกินถูกขนาดและยังไม่หมดอายุ แต่ถ้าหมดอายุ/สภาพผิดปกติ อย่าเสี่ยง) - ไฟเบอร์หมดอายุ: จุดเสี่ยงคือการจับความชื้นและปนเปื้อน ทำให้กลิ่นเปลี่ยน เป็นก้อน หรือมีราขึ้นได้ ถ้าเห็นความผิดปกติแม้นิดเดียว ทิ้งเลย แล้วถ้า “เผลอกินอาหารเสริมหมดอายุไปแล้ว” ต้องทำไง? - ถ้ากินไปนิดหน่อยและยังไม่มีอาการ ส่วนใหญ่แค่หยุดกิน ดื่มน้ำตาม และสังเกตอาการ 24-48 ชม. ก็พอ - ถ้ามีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ผื่นคัน หน้ามืด หรือมีโรคตับ/ไตตั้งเดิม ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรทันที และถ่ายรูปฉลาก วันหมดอายุ และนำผลิตภัณฑ์ไปให้ดูด้วยจะช่วยมาก ทิปกันพลาดรอบหน้า (ใช้ได้จริงมากค่ะ) - ซื้อขนาดที่กินทัน 1-3 เดือน ไม่กักตุน - เขียนวันที่ “เริ่มเปิดขวด” ไว้หน้าแพ็ก (โดยเฉพาะแบบเม็ดฟู่/ผง) - เก็บในที่แห้ง เย็น พ้นแดด ไม่เก็บในห้องน้ำ/ในรถ สรุปสั้นๆ แบบที่คนกินวิตามินควรรู้: เสียดายเงินได้ แต่อย่าเสี่ยงกับของหมดอายุค่ะ เพราะได้ไม่คุ้มเสีย และเราไม่มีทางรู้คุณภาพจริงหลังเลยวันหมดอายุไปแล้ว