Automatically translated.View original post

• "Know steroid acne. The enemy is silent from the drugs we think help."

🧾 Steroid-induced folliculitis / Acneiform eruption (steroid acne)

1️⃣ What is it? ❓

• It is a condition in which the skin is born. Papule, pustule. It is similar to normal acne, but different from normal acne because

• It's a monomorphic eruption.

• Often spread on chest, back, shoulders, arms and sometimes on the face.

• No black and white heads (comedones)

2️⃣ caused by what? 🔎

• Caused by side effects of using the whole corticosteroid.

• 💊 (systemic steroid)

• 💉 Injection (intramuscular / IV)

• Skin 🧴 (topical potent steroids such as clobetasol, betamethasone)

Related mechanisms

• Steroid 🔄 suppresses skin immunity → makes Cutibacterium acnes and Malassezia more prosperous.

• ⚡ Steroid induces follicular hyperkeratosis → pore blockage

• 💥 cause simultaneous pore inflammation → red papilla / pus spread

3️⃣ Risk factors 🧩

• High potency steroid use or long continuous use

• People with immunodeficiency (DM, HIV, pressure)

• Hot, humid weather, easy to sweat

✨ Conclusion:

Steroid-induced folliculitis is an inflammation of the hair follicles caused by the effect of using corticosteroid to cause monomorphic red-pus bumps without acne heads, caused by steroid use, eating or injection. ✅

2025/9/11 Edited to

... Read moreหลายคนค้นหา “ผื่นแดงขึ้นตามตัว” เพราะผื่นมันขึ้นเร็ว แถมเป็นตุ่มเล็กๆ คล้ายสิว ทำให้กังวลว่าแพ้ครีมหรือเป็นโรคผิวหนังอะไร ที่เจอบ่อยมากอีกแบบคือ “สิวสเตียรอยด์ (Steroid-induced folliculitis / acneiform eruption)” ซึ่งหน้าตาจะเป็นตุ่มแดงและตุ่มหนองเล็กๆ จำนวนมาก กระจายเป็นหย่อมๆ หรือกว้างๆ โดยตุ่มมัก “คล้ายกันหมด” (monomorphic) และมักไม่ค่อยเห็นสิวหัวดำหัวขาวแบบสิวปกติ ถ้ากำลังสงสัยว่า “ผื่นแดงขึ้นตามตัว” ของเราเข้าข่ายสิวสเตียรอยด์ไหม ลองเช็กสัญญาณเหล่านี้จากประสบการณ์การสังเกตอาการด้วยตัวเอง: 1) ลักษณะผื่น/ตุ่ม - ตุ่มแดง/ตุ่มหนองขนาดใกล้เคียงกันทั้งบริเวณ ไม่ค่อยมีหลายแบบปนกัน - บางคนจะคันยิบๆ หรือระคายเคือง แต่บางคนไม่คันก็ได้ - มักไม่มีหัวสิวอุดตัน (สิวหัวดำ/หัวขาว) ให้บีบเหมือนสิวทั่วไป 2) ตำแหน่งที่ขึ้น - เจอบ่อยที่หน้าอก หลัง ไหล่ ต้นแขน (บริเวณที่อับ ร้อน เหงื่อออกง่าย) - บางรายขึ้นที่หน้า โดยเฉพาะถ้าใช้สเตียรอยด์ทาหน้าหรือมีการใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดกิน/ฉีด 3) ไทม์ไลน์ที่น่าสงสัย - ผื่นแดงขึ้นตามตัวหลังเริ่มใช้ยาสเตียรอยด์ (กิน/ฉีด/ทา) ภายในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ - ยิ่งใช้ต่อเนื่องนาน หรือใช้ชนิดแรง (potent steroid) ผื่นยิ่งมีโอกาสเป็นมากขึ้น สิ่งที่ควรทำเบื้องต้น (โฟกัสปลอดภัยและลดลุกลาม) - หยุด “ครีมผสมสเตียรอยด์” ที่ไม่จำเป็นก่อน โดยเฉพาะครีมที่ทาแล้วขาวไว/ยุบผื่นไวผิดปกติ (แต่ถ้ากำลังกิน/ฉีดสเตียรอยด์ที่แพทย์สั่ง ไม่ควรหยุดเองทันที ควรปรึกษาแพทย์ก่อน) - ลดเหงื่อและความอับชื้น: อาบน้ำหลังออกกำลัง เปลี่ยนเสื้อผ้าเร็ว เลี่ยงเสื้อรัด - งดแกะ/บีบตุ่มหนอง เพราะเสี่ยงอักเสบมากขึ้นและทิ้งรอย - เลือกผลิตภัณฑ์อ่อนโยน: เจลอาบน้ำ/ครีมที่ไม่อุดตันรูขุมขน (non-comedogenic) และหลีกเลี่ยงสครับแรงๆ ช่วงที่ผื่นกำเริบ เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ - ผื่นแดงขึ้นตามตัวลุกลามเร็ว เจ็บมาก มีไข้ หรือมีหนองเยอะผิดปกติ - สงสัยว่าเกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ (โดยเฉพาะสเตียรอยด์กิน/ฉีด) - เป็นซ้ำๆ หรือทิ้งรอยดำเยอะ ต้องการแผนรักษาที่เหมาะกับผิวและสาเหตุจริง โดยรวม ถ้าผื่นแดงขึ้นตามตัวเป็นตุ่มแดง-หนองเล็กๆ คล้ายกันหมด กระจายที่หลัง/หน้าอก และมีประวัติใช้คอร์ติโคสเตียรอยด์ (ทา/กิน/ฉีด) โอกาสเป็น “สิวสเตียรอยด์” จะสูงขึ้นมาก การจัดการหลักคือทบทวนการใช้สเตียรอยด์ร่วมกับแพทย์ และดูแลผิวเพื่อลดการอับชื้นกับการอักเสบของรูขุมขน