ไม่แถลงสุขภาพ 2 ปีเคลมได้จริงหรอ

เรื่องนี้เป็น "ดาบสองคม"

ที่คนทำประกันต้องระวังให้มาก

แต่แนนไม่แนะนำเลยค่ะ

ไม่อยากให้ลุ้นตอนเคลม

มาดูในเรื่องของกฏหมายกันก่อนนะคะ

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 865 ระบุว่า หากผู้เอาประกันปกปิดข้อความจริง

บริษัทประกันมีสิทธิ์บอกล้างสัญญาได้ภายใน 2 ปี

นับแต่วันทำสัญญา

• ถ้าบริษัทตรวจเจอภายใน 2 ปี: บริษัทมีสิทธิ์ยกเลิกกรมธรรม์ คืนเบี้ย (บางส่วน) และไม่จ่ายเคลม

• ถ้าเกิน 2 ปีไปแล้ว: บริษัท "หมดสิทธิ์บอกล้าง" สัญญาในข้อหาปกปิดข้อมูล

แต่ในความเป็นจริงจุดที่คนมักเข้าใจผิดๆ

ซึ่งมันไม่เป็นผลดี อาจจะทำให้เราจ่ายเบี้ยฟรีๆไปก็ได้

แม้บริษัทจะบอกล้างสัญญาไม่ได้หลังจาก 2 ปี

แต่มันมีเงื่อนไขที่เรียกว่า "Pre-existing Condition"

(โรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน)

โรคที่เป็นเรื้อรังและยังไม่หาย

หากโรคนั้นเป็นโรคที่ เห็นชัดเจน

หรือเป็นมานานแล้ว

เช่น มะเร็งที่ลุกลามมานาน หรือโรคพันธุกรรม

แม้จะผ่าน 2 ปีไปแล้ว บริษัทอาจจะ

ปฏิเสธการจ่ายเคลมเฉพาะโรคนั้น

แต่ยังให้ความคุ้มครองโรคอื่น ๆ ต่อไป

เพราะถือว่าประกันจะไม่คุ้มครองความเจ็บป่วย

ที่เกิดขึ้นก่อนทำสัญญาอยู่แล้ว

การเคลมครั้งแรกหลังปีที่ 2

ถ้าเราปกปิดไว้ แล้วดันไปเคลมครั้งแรกในปีที่ 3

ด้วยโรคเดิมที่เคยเป็น บริษัทจะทำการ

สืบประวัติย้อนหลังทันทีค่ะ

หากเจอหลักฐานชัดเจนว่าตั้งใจปกปิด

เขาอาจจะไม่บอกล้างสัญญา (เพราะทำไม่ได้แล้ว)

แต่เขาจะ ไม่จ่ายยอดเคลมนั้นโดยอ้างว่าเป็นโรคที่เป็นมาก่อน

การไม่แถลงความจริงคือการ

"วางระเบิดเวลา" ให้ตัวเองนะคะ

ถึงบริษัทจะยกเลิกสัญญาไม่ได้หลัง 2 ปี

แต่เขามีสิทธิ์ "ไม่จ่าย"

ในสิ่งที่เป็นมาก่อนทำประกัน

ซึ่งสุดท้ายลูกค้าก็เสียประโยชน์อยู่ดีค่ะ

#สมัครตัวแทน

#ตัวแทนประกันชีวิต

#กรุงไทยแอกซ่า

#ประกันชีวิต

#ประกันสุขภาพ

#ประกันโรคร้ายแรง

5/4 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ที่เคยทำประกันสุขภาพและประกันชีวิต พบว่าการปกปิดข้อมูลสุขภาพก่อนทำสัญญาประกันสามารถสร้างปัญหาใหญ่ในอนาคตได้ แม้กฎหมายจะระบุว่าบริษัทประกันสามารถบอกล้างสัญญาได้ภายใน 2 ปี หากตรวจพบการปกปิดความจริง แต่ในความเป็นจริง "Pre-existing Condition" หรือโรคที่เป็นมาก่อนทำประกันยังเป็นข้อจำกัดที่สำคัญมาก ตัวอย่างที่เจอบ่อย คือผู้ที่มีโรคเรื้อรังที่ไม่ได้แถลง เช่น เบาหวาน ความดัน หรือโรคหัวใจ เมื่อมีการเคลมหลัง 2 ปี บริษัทอาจปฏิเสธการจ่ายเงินประกันเฉพาะโรคนั้น โดยใช้เหตุผลว่าเป็นโรคที่ตรวจพบก่อนทำประกัน แม้จะไม่สามารถยกเลิกสัญญาได้ แต่ก็ทำให้ผู้เอาประกันได้รับความคุ้มครองไม่เต็มที่อย่างที่คิด ดังนั้น การแถลงสุขภาพอย่างซื่อสัตย์เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะแม้จะดูเหมือนเสียเปรียบในช่วงแรกที่อาจต้องจ่ายเบี้ยประกันสูงขึ้น แต่เป็นการรักษาสิทธิ์ในการเคลมและรับความคุ้มครองที่แท้จริงในระยะยาว ข้อดีอีกอย่างคือการป้องกันปัญหาความขัดแย้งกับบริษัทประกันที่อาจเกิดขึ้นตอนที่จำเป็นต้องใช้สิทธิ์เคลมจริงๆ นอกจากนี้ ควรอ่านเงื่อนไขสัญญาประกันอย่างละเอียดและสอบถามตัวแทนประกันเกี่ยวกับข้อจำกัดสำหรับโรคที่เคยเป็น เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและวางแผนประกันสุขภาพหรือชีวิตได้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและความต้องการของตนเอง การทำประกันไม่ใช่การวางกับดักให้ตัวเอง แต่คือการสร้างหลักประกันที่มั่นคงในยามจำเป็น การเลือกทำอย่างมีสติและชัดเจนเรื่องข้อมูลสุขภาพ จะช่วยให้ได้ความคุ้มครองอย่างแท้จริงและลดความกังวลในอนาคตลงได้มากทีเดียว