Automatically translated.View original post

Just realized that I can use many shades of foundation. 😱

All the foundation is very often used. Trust every bottle. There will be YSL All hours and Teint eclat. Some days are gray, confused, but some days are pretty cool.

Especially a little thick, go to night, wedding, various, beautiful skin, play a lot of light, but thin, come to work, some days are gray, ysl, she is very haunting, 😂 hard to trust on a simple day

The four bottles are different colors, yellow, red, pink, but we apply them to the whole skin.

If you bless both quality and price, you give Maybelline Lumi Matte Purple Lid. You give it an ysl look. The skin plays light, but not light.

But if it's as natural as it is, it's Nars Light Reflecting, it's never a shade, it's not a mass, it's four fingers. 😂

But, does anyone use many shades of foundation like us?

# Beautiful skin foundation # Skin foundation # Trending # Drug sign with lemon8

2025/8/25 Edited to

... Read moreหลายคนถามเรื่อง “รองพื้น YSL All Hours เฉดสี” ว่าควรเลือกยังไง เพราะแค่ชื่อเฉด/โทน (BD, B, MN ฯลฯ) ก็ชวนงงแล้ว แถมพอทาจริง บางวันสวยมาก บางวันหมองเทาได้เฉยๆ เราเลยสรุปจากประสบการณ์ที่ลองสวอชและสลับใช้จริงให้เผื่อเป็นไกด์ก่อนตัดสินใจค่ะ 1) อ่านโทนของ YSL All Hours แบบเข้าใจง่าย จากที่ลอง สังเกตว่าโทนของ YSL จะมีความ “ติดอันเดอร์โทนชัด” กว่าบางแบรนด์ เช่น บางเฉดออกเหลืองจริง บางเฉดออกชมพู/แดงจริง พอเลือกพลาดนิดเดียวจะเห็นชัดตอนทาบางๆ โดยเฉพาะถ้าเฉดที่มีความชมพูหรือสว่างกว่าผิวนิดหน่อย อาจทำให้หน้าดูเทาในบางแสงได้ 2) ทำไม “ทาบางๆ แล้วเทา” แต่ “ทาหน่อยแล้วสวย” อันนี้เจอบ่อยกับ YSL (ทั้ง All Hours และ Touche Éclat) สำหรับเรา ถ้าทาบางมากๆ รองพื้นมันจะโชว์อันเดอร์โทนเดิมของเฉดนั้นแบบเต็มๆ และยังเห็นสีผิวจริงโผล่ผ่าน ทำให้สีมัน “ตีกัน” เลยดูหมอง/เทาได้ แต่พอบิ้วเพิ่มอีกนิดให้ฟิล์มสีแน่นขึ้น สีจะกลืนกับผิวมากขึ้น กลายเป็นผิวสวยเล่นแสง เหมาะกับออกงานกลางคืน งานแต่ง หรือวันที่แต่งหน้าจัดๆ 3) วิธีเลือกเฉดให้พลาดยาก (ใช้ได้กับ YSL โดยเฉพาะ) - เทียบที่ “กรอบหน้าและลำคอ” มากกว่าหลังมือ: หลังมือมักเข้ม/แดงกว่าหน้าจริง เลยทำให้เลือกเฉดเพี้ยน - ลองดู 2 แสง: แสงธรรมชาติริมหน้าต่าง + แสงในห้อง (ไฟขาว/ไฟเหลือง) เพราะรองพื้นบางตัวจะเทาเฉพาะบางแสง - รอให้เซ็ต 10–15 นาที: YSL บางวันพอเซ็ตแล้วสีดรอปหรือโทนชัดขึ้น ถ้าดูตอนเพิ่งทาอาจหลงรักเร็วไป 4) ถ้ามีหลายเฉดในมือแล้ว “ผสมสี” ช่วยได้มาก ถ้าคุณมี YSL ที่สว่างไป/ชมพูไป ลองผสมกับเฉดที่เหลืองกว่า หรือผสมกับรองพื้นอีกแบรนด์ที่โทนเป็นกลาง จะช่วยให้ได้สีที่เสถียรกว่าในวันทำงาน (เราชอบสลับกับ NARS Light Reflecting เพราะฟินิชธรรมชาติและไม่ค่อยโป๊ะ) 5) สรุปฟีลแต่ละตัวจากที่ใช้จริง - YSL All Hours: เนื้อแน่น งานผิวสวยเวลาออกงาน แต่ต้องระวังเรื่องโทนและการทาบางๆ - YSL Touche Éclat: เล่นแสงสวย แต่มีวันที่โทนหลอน/เทาได้เหมือนกัน - NARS Light Reflecting (เช่น Barcelona): ธรรมชาติ เหมือนไม่ได้ทา และไม่ค่อยหมอง - Maybelline (เช่น #123): ให้ลุคผิวสวยสุขภาพดี ราคาน่ารัก ใช้ได้บ่อย ถ้าคุณกำลังเล็ง “รองพื้น YSL All Hours เฉดสี” แนะนำให้เริ่มจากเลือกโทนที่ใกล้อันเดอร์โทนผิวที่สุดก่อน แล้วค่อยปรับความสว่างด้วยการผสม/คอนซีลเลอร์ จะเซฟกว่าการฝืนเลือกเฉดสว่างเพื่อให้หน้าผ่องค่ะ