“Rare Earth” ไพ่ตายของจีน อำนาจแร่สู่อำนาจโลก

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาได้อ้างแนวคิดเรื่องความมั่นคงของชาติมาใช้อย่างแพร่หลาย และยังนำประเด็นทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองและอาวุธ สหรัฐอเมริกาได้ใช้มาตรการควบคุมการส่งออกโดยมิชอบ จำกัดการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องไปยังจีนโดยพลการ และขึ้นบัญชีดำบริษัทจีนหลายแห่ง รวมทั้งใช้มาตรการภาษีบีบบังคับ การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อกฎการค้าระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

🦋

จีนตอบโต้มาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา ด้วยการควบคุมการส่งออกแร่ธาตุหายากที่ใช้ในเชิงพาณิชย์และความมั่นคงของประเทศ แร่ธาตุหายาก (Rare Earth) คือไพ่ตายของจีนในการทำสงครามการค้ากับสหรัฐอเมริกา

🦋

สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประมาณการว่าเหมืองแร่ของจีนมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 61% ของผลผลิตทั่วโลก และเกือบ 92% ของแร่ธาตุหายาก ซึ่งผ่านกระบวนการตกแต่งแปรรูปเพื่อให้สามารถใช้งานได้ทั้งหมดเกิดขึ้นในประเทศจีน ที่เหลือบางส่วนบริษัทออสเตรเลียที่ดำเนินกิจการในมาเลเซียเป็นผู้ผลิต

.

จีนเป็นผู้ผลิตแร่แกลเลียม (gallium) เจอร์เมเนียม (germanium) แอนติโมนี (antimony) และวัสดุอื่นๆ รายใหญ่ของโลก ซึ่งมีความสำคัญในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงและอุปกรณ์ทางทหาร สหรัฐอเมริกาจึงจำเป็นต้องหาทางเลือกอื่นในโลกตามการควบคุมการส่งออกของจีน อย่างไรก็ตาม การผลิตในประเทศอื่นๆ มีจำนวนน้อย ซึ่งหมายความว่าราคาจะสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตจะเพิ่มขึ้น และความเร็วในการผลิตก็จะลดลงเช่นกัน

.

แกลเลียมเป็นวัสดุสำคัญในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง เจอร์เมเนียมใช้กันอย่างแพร่หลายในระบบสื่อสารด้วยใยแก้วนำแสงและเซลล์แสงอาทิตย์ แอนติโมนีสามารถใช้ทำอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ เช่น ส่วนประกอบแม่เหล็กที่มีความแข็งแรง วัสดุที่มีความแข็งเป็นพิเศษมีบทบาทสำคัญในกระบวนการตัด เจียร และขัดเงาในการผลิตชิป

🦋

นอกจากนี้ เหมืองแร่หายากที่ดำเนินการอยู่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งต้องส่งแร่ไปยังจีนเพื่อแปรรูป ก็กำลังเผชิญกับภาษีต่างตอบแทนที่จีนกำหนด แม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะมีตัวเลือกในการนำเข้าจากมาเลเซีย แต่ก็ไม่สามารถนำเข้าในปริมาณที่ต้องการได้ อีกทั้งยังพบว่ามาเลเซียก็กำลังเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการแปรรูปแร่

🦋

จีนได้ประกาศเพิ่มรายชื่อชนิดแร่ในการควบคุมการส่งออกแร่ธาตุหายาก ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 และข้อจำกัดใหม่นี้ กำลังคุกคามห่วงโซ่อุปทานด้านการป้องกันประเทศของสหรัฐอเมริกา และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างรุนแรง

🦋

เดิมสหรัฐอเมริกาเป็นผู้จัดหาเชื้อเพลิงรายใหญ่ให้กับจีนประมาณ 80% รองลงมาได้แก่ นอร์เวย์ บราซิล และอินเดีย แต่เมื่อสหรัฐอเมริกาเข้าแทรกแซงการค้าระหว่างจีนและประเทศที่สาม ทำให้จีนต้องเพิ่มความพยายามในการลดการพึ่งพาภายนอกประเทศ ทั้งด้านทรัพยากรและเทคโนโลยี

🦋

สื่อของจีนรายงานว่า สถาบันทรัพยากรแร่อเนกประสงค์เจิ้งโจว ได้ค้นพบแหล่งแร่ควอตซ์ที่มีปริมาณมากกว่า 35 ล้านตัน โดยเฉพาะในเขตฉินหลิงทางตะวันออก ในมณฑลเหอหนานทางตอนกลาง และอัลไตในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน

🦋

“ควอตซ์ที่มีความบริสุทธิ์สูง” (High-purity quartz : HPQ) หมายถึง หินที่สามารถแปรรูปและทำให้บริสุทธิ์เพื่อให้ได้ซิลิกอนไดออกไซด์ที่มีความบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 99.995 เปอร์เซ็นต์

🦋

ในปี พ.ศ. 2563 จีนนำเข้าควอตซ์มากถึง 144,500 ตัน คิดเป็นกว่า 70% ของการนำเข้าทั่วโลก แหล่งแร่เหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐนอร์ทแคโรไลนาในสหรัฐอเมริกา เขตปกครองนอร์ดแลนด์ในประเทศนอร์เวย์ เขตปกครองตนเองคันตี-มันซีในประเทศรัสเซีย รัฐควีนส์แลนด์ในประเทศออสเตรเลีย และจังหวัดอ่าวนูอาดีบูในประเทศมอริเตเนีย

🦋

ควอตซ์เป็นวัสดุหลักที่ขาดไม่ได้สำหรับอุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงยุทธศาสตร์ แหล่งแร่ควอตซ์กระจายตัวอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ แต่การมีอยู่ของแหล่งแร่ที่สามารถผลิตควอตซ์บริสุทธิ์สูงนั้นหาได้ยากยิ่ง ด้วยมีลักษณะเด่นคือ ทนต่ออุณหภูมิสูง ทนต่อการกัดกร่อน ขยายตัวเนื่องจากความร้อนต่ำ มีฉนวนไฟฟ้าสูง และมีความโปร่งใส

🦋

การค้นพบแหล่งแร่ใหม่ครั้งนี้ทำให้จีนมีวัตถุดิบเพียงพอที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงยุทธศาสตร์ เช่น การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ พลังงานแสงอาทิตย์ อุตสาหกรรมไฟฟ้า โทรคมนาคม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยยุติการพึ่งพาแหล่งผลิตเทคโนโลยีจากตะวันตกได้

🦋

เมษายน 2568 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของจีน ประกาศให้ควอตซ์ที่มีความบริสุทธิ์สูงได้รับการจัดให้เป็นแร่ธาตุลำดับที่ 174 ของจีนอย่างเป็นทางการ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบหลักที่ใช้ในอุตสาหกรรมไฮเทคเชิงยุทธศาสตร์

🦋

จีนประสบความสำเร็จอย่างสูงในการสำรวจแร่ธาตุจำนวนมาก เช่น ทองแดง อะลูมิเนียม และเหล็ก ซึ่งส่งผลให้ปริมาณสำรองทรัพยากรเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะทรัพยากรทองแดงในเขตปกครองตนเองซีจางทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนเพียงแห่งเดียวก็มีมากกว่า 100 ล้านตัน ซึ่งคาดว่าจะกลายเป็นแหล่งทรัพยากรทองแดงระดับโลก

.

นอกจากนี้ ทรัพยากรแร่ยูเรเนียมของจีนก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการค้นพบแหล่งแร่ยูเรเนียมขนาดใหญ่ 10 แห่ง รวมถึงเหมืองยูเรเนียมขนาดใหญ่พิเศษที่พบในจิงชวน มณฑลกานซู่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน

🦋

การค้นพบควอตซ์ครั้งใหญ่ของจีนคราวนี้ เป็นมากกว่าแค่เหตุการณ์สำคัญทางธรณีวิทยา แต่เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงอำนาจในภูมิทัศน์เทคโนโลยีระดับโลก และอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการค้าวัตถุดิบโลก

.

ลองคิดดูว่า หากสมาร์ทโฟนเครื่องต่อไปของคุณ เซ็นเซอร์ในรถยนต์ หรือแม้แต่แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน ล้วนใช้พลังงานจากวัตถุดิบที่มาจากประเทศเดียว อำนาจการครอบครองโลกย่อมเป็นของประเทศนั้นอย่างแน่นอน

🦋

เมื่อแร่ธาตุหายาก (Rare Earth) เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ แร่ธาตุเหล่านี้มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมต่างๆ ตั้งแต่อิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม ไปจนถึงพลังงานหมุนเวียน ระบบป้องกันประเทศ และการบินและอวกาศ ทั่วโลกต้องการแร่ธาตุเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น การแข่งขันเพื่อแย่งชิงแร่ธาตุจึงเกิดขึ้น

🦋

จีนเดินเกมส์ครองตลาดห่วงโซ่อุปทานด้วยการลงทุนมหาศาลในกิจการเหมืองแร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอฟริกา จีนเชื่อเสมอมาว่าแอฟริกาไม่ใช่ "ทวีปที่ถูกลืม" แต่เป็น "แหล่งพลัง" และ "ดินแดนแห่งการพัฒนา"

🦋

“ระเบียบโลกใหม่” ที่นำโดยจีนกำลังก่อตัวขึ้นเพื่อต่อต้านอิทธิพลของชาติตะวันตกที่นำโดยสหรัฐอเมริกา ผ่านโครงการริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) ซึ่งเปิดตัวในปี พ.ศ. 2556 มีการลงนามข้อตกลงมากกว่า 200 ฉบับกับกว่า 150 ประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ 30 แห่ง โครงการนี้ช่วยขยายการเข้าถึงทรัพยากรของจีน โดยมักแลกกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงพื้นที่เหมืองแร่กับท่าเรือในแอฟริกา เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซิมบับเว แซมเบีย แอฟริกาใต้ และกานา

🦋

แอฟริกาถือครองแหล่งแร่สำคัญของโลกประมาณ 30% ทำให้เป็นศูนย์กลางของการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปได้พยายามทำข้อตกลงกับแอฟริกาเพื่อรักษาแหล่งแร่และลดการพึ่งพาจีน

♦️สหภาพยุโรปมีความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านแร่ธาตุกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก รวันดา นามิเบีย และแซมเบีย

♦️จีนมีข้อตกลงทวิภาคีกับ 11 ประเทศในแอฟริกาในภาคเหมืองแร่

♦️สหรัฐอเมริกามีข้อตกลงไตรภาคีกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและแซมเบีย

และเมื่อเร็ว ๆ นี้ สหภาพยุโรปยังได้ลงนามข้อตกลง “แร่ธาตุเพื่อสันติภาพ” กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและรวันดาเพื่อช่วยยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษในคองโกตะวันออกอีกด้วย

🦋

แม้ว่าประเทศต่างๆ ในแอฟริกาต้องการการสนับสนุนเพื่อเปลี่ยนทรัพยากรของตนให้กลายเป็นความมั่งคั่ง แต่ความร่วมมือเหล่านี้มักก่อให้เกิดสภาวะที่ชวนให้นึกถึงยุคล่าอาณานิคม เมื่อประเทศต่างๆ ในแอฟริกากำลังกลายเป็นศูนย์กลางของสงครามเย็นด้านแร่ธาตุมากขึ้นเรื่อยๆ

.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา สก็อตต์ เบสเซนต์ กล่าวถึงมาตรการควบคุมการส่งออกแร่ของจีนว่าเป็น "การบีบบังคับทางเศรษฐกิจ" และ "การแย่งชิงอำนาจในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก"

.

เหตุข้างต้น ทำให้ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาออกอาการให้เห็นถึงความเดือดร้อนที่กำลังจะเกิดขึ้น และกำลังพยายามหาพันธมิตรทางเลือกในการจัดหาแร่ธาตุหายากมาเติมเต็มช่องว่างด้านอุปทาน และเพื่อความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว มีแนวโน้มว่าสหรัฐอเมริกากำลังเสียเปรียบจีน และยุทธศาสตร์ปิดล้อมจีนที่สหรัฐอเมริการดำเนินการอยู่ ไม่ประสบผลสำเร็จ

🦋

ล่าสุดในการประชุม APEC 2025 ที่ปูซาน เกาหลีใต้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พบกันครั้งแรกในรอบ 6 ปี หลังเจรจาหารือกันนานราว 40 นาที สหรัฐอเมริกาและจีนได้บรรลุข้อตกลง โดยสหรัฐอเมริกาจะลดภาษีนำเข้าสินค้าจีนจาก 57% เหลือ 47% ซึ่งเป็นการปรับลดภาษีที่เกี่ยวข้องกับสารตั้งต้นของยาเฟนทานิลลดลงจาก 20% เป็น 10%

.

ขณะที่จีนเองก็ตกลงจะระงับคำสั่งควบคุมการส่งออกแร่หายาก ที่เคยประกาศไปก่อนหน้านี้ ออกไปเป็นเวลา 1 ปี เพื่อบรรเทาความขัดแย้งกับสหรัฐอเมริกาโดยตรง ทั้งยังตกลงที่จะกลับมาซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐอเมริกา และจะร่วมมือปราบปรามการลักลอบนำเข้าเฟนทานิลในสหรัฐอเมริกา อย่างผิดกฎหมายอีกด้วย.

#เพจเนื้อติดมัน

2025/11/4 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมแร่ธาตุหายาก (Rare Earth Elements) เป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นการผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีการสื่อสาร โทรคมนาคม และอุปกรณ์ทางการทหาร จีนมีตำแหน่งสำคัญในห่วงโซ่การผลิตเหล่านี้ ด้วยการถือครองแหล่งแร่และความสามารถในการแปรรูปแร่ชนิดนี้ในระดับสูง ความสำคัญของ Rare Earth ทำให้การควบคุมการส่งออกกลายเป็นเครื่องมือทางยุทธศาสตร์ที่จีนใช้ตอบโต้มาตรการทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าจีนจะครองตลาดแร่ Rare Earth ถึงประมาณ 92% ของโลก แต่ก็ไม่เพียงพอที่จีนจะครอบคลุมวัตถุดิบทุกชนิดที่ใช้ในอุตสาหกรรมไฮเทค เช่น ควอตซ์ที่มีความบริสุทธิ์สูง(High-purity quartz : HPQ)ซึ่งใช้ในการผลิตชิปและเซมิคอนดักเตอร์ จีนจึงให้ความสำคัญอย่างมากกับการสำรวจและขยายแหล่งวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง เช่น การค้นพบแหล่งควอตซ์บริสุทธิ์สูงมากกว่า 35 ล้านตันในหลายภูมิภาคของประเทศ ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา นอร์เวย์ และรัสเซีย อย่างไรก็ตาม สหรัฐอเมริกาและยุโรปพยายามหาทางออกร่วมผ่านการสร้างพันธมิตรทางการค้าและข้อตกลงกับประเทศในทวีปแอฟริกา ที่เป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญ เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก แซมเบีย และรวันดา เพื่อเสริมความมั่นคงด้านวัตถุดิบและลดการพึ่งพาจีน แต่ยังเผชิญกับความท้าทายทั้งจากการเมืองระหว่างประเทศและผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมือง การเจรจาอย่างเปิดเผยระหว่างจีนและสหรัฐฯ ในเวที APEC 2025 ที่ปูซาน สะท้อนถึงความพยายามร่วมกันที่จะคลี่คลายความตึงเครียดทางเศรษฐกิจ โดยจีนได้ตกลงระงับคำสั่งควบคุมการส่งออกแร่หายากเป็นเวลา 1 ปี ขณะที่สหรัฐฯ ลดภาษีนำเข้าสินค้าจีน เพื่อเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานโลก ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงในแวดวงแร่ธาตุหายากและการแปรรูปวัตถุดิบที่มีคุณภาพของจีน ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ แต่เป็นการกำหนดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีและภูมิรัฐศาสตร์ในยุคใหม่ ที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมไฮเทคทั่วโลก และเปลี่ยนสมดุลอำนาจในเวทีโลกอย่างชัดเจน (มีคำสำคัญ: Rare Earth, แร่ธาตุหายาก, ควอตซ์บริสุทธิ์สูง, เหมืองแร่จีน, ห่วงโซ่อุปทาน, การค้าระหว่างประเทศ, เทคโนโลยีไฮเทค, สงครามการค้า, APEC 2025, การแปรรูปแร่)