ขายเอามัน...ขำๆ ...เราเรียกว่า"ทำการตลาด" แต่ถ้าขั้นกว่าเรียกว่า"เล่ห์เหลี่ยมทางการค้า"

เป็นกำลังใจให้คนทำงาน✌️

ปีนี้ผลไม้ล้นตลาด เพราะไม่เสียหายจากฝนและพายุ...ผลไม้สุกเก็บไว้ไม่ได้...โรงงานแปรรูปก็แบกรับไม่ไหว...ผลไม้เวียดนาม/ลาว ก็มาจ่อ...ล้งก็กดราคา...เป็นคุณจะทำอย่างไร?

#พิมรี่พายขายทุกอย่าง

#ศุภจี

4/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในสถานการณ์ที่ผลไม้ล้นตลาดอย่างที่กล่าวมา ทำให้ราคาผลไม้ตกต่ำลงอย่างมาก นอกจากปัญหาจากธรรมชาติแล้วยังมีการแข่งขันจากนำเข้าผลไม้จากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและลาวเข้ามาซ้ำเติมสถานการณ์นี้อีกด้วย จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเคยเห็นว่าการทำตลาดในยุคนี้ต้องมีความยืดหยุ่นและนวัตกรรมมากขึ้น การขายแบบเดิมๆ อาจไม่มีโอกาสรอดในตลาดที่มีการแข่งขันสูง เช่น การแปรรูปผลไม้สดเป็นผลิตภัณฑ์แช่แข็ง น้ำผลไม้ หรือของว่างแปรรูปจะช่วยยืดอายุผลไม้และสร้างมูลค่าเพิ่ม ยิ่งในกรณีที่โรงงานแปรรูปแบกรับไม่ไหว การร่วมมือระหว่างเกษตรกรและกลุ่มแปรรูปขนาดเล็ก หรือการตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนก็เป็นทางเลือกที่ดี จุดสำคัญอีกอย่างคือการสื่อสารให้ลูกค้าเห็นคุณค่าของผลไม้ไทย ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เข้าถึงง่าย ผู้บริโภคสมัยใหม่ชอบความตรงไปตรงมาและเรื่องราวเบื้องหลังของสินค้า ทำให้การแบ่งปันประสบการณ์ การเล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมา หรือแม้แต่การตอบสนองต่อเสียงวิจารณ์ต่างๆ อย่างมืออาชีพและสร้างสรรค์ สามารถช่วยเสริมภาพลักษณ์ของสินค้าและเพิ่มความน่าเชื่อถือได้ ในแง่ของกลยุทธ์ ยอมรับว่าในวงการนี้เรื่อง "เล่ห์เหลี่ยมทางการค้า" หรือเทคนิคการตลาดที่เฉียบคมก็มีบทบาทมากขึ้น ทั้งนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใสและเคารพผู้บริโภค เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการขายอย่างยั่งยืน ในท้ายที่สุดการทำธุรกิจที่ดีควรมุ่งเน้นความร่วมมือและการสร้างคุณค่าแก่ทุกฝ่ายเพื่อผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปด้วยกัน สุดท้ายนี้ อยากเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ทำงานหนักและเผชิญกับความท้าทายนี้ ว่าการปรับตัวและคิดนอกกรอบสามารถนำมาซึ่งโอกาสใหม่ๆ แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบากก็ตาม