นายกคนที่ 23 ของไทย❤️❤️

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์

“เสรีภาพที่ยิ่งใหญ่

ศาลฎีกาตัดสินให้ทักษิณกลับไปติดคุก 1 ปี

โดยไม่ถือว่าระยะเวลาที่เคยอยู่ ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ เป็นระยะเวลาในการคุมขัง

คนที่เคยติดคุกอย่างผม แม้ไม่เห็นด้วย แต่ย่อมต้องเชื่อฟัง เพราะเป็นศาลฎีกา

ถึงแม้จะอยู่สุขสบายแค่ไหน คุกก็คือคุก จะได้กินหูฉลาม ได้นอนฟูก แต่มันก็คือคุกอยู่ดี

หัวใจสำคัญที่สุดของการติดคุก คือ ”การจำกัดเสรีภาพ“ อันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ของมนุษย์ทุกคน

การที่คุณทักษิณอยู่โรงพยาบาลตำรวจมา 6 เดือน จึงถือว่า ”ไร้อิสรภาพ“ เพราะไม่สามารถไปไหนได้

เมื่อศาลไม่นับให้ ก็กลายเป็นติดคุกฟรี

อย่างผมถูกควบคุมตัวที่โรงพัก 3 วัน ราชทัณฑ์ยังนับเป็นวันคุมขัง นำไปตัดจำนวนวันต้องโทษลงได้

อันนี้ผมพูดตามความรู้สึกของคนคุกนะครับ

ความยุติธรรมที่ต้องวัดกันด้วย ”เสรีภาพ” คนไม่เคยติดอาจบอกว่า ไม่นาน แค่ 1 ปี เอง

แต่สำหรับคนที่ติดคุกมาก่อนจะรู้ว่า

เวลา 1 วัน ในคุก มันยาวนานกว่านอกคุกมาก เพราะเสรีภาพเขานับกันเป็นรายชั่วโมง

โดยเฉพาะคนอย่างอดีตนายกฯ ทักษิณ ที่ปัจจุบันอายุ 76 ปี

การกลับมาโดยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว ยอมเดินไปศาล ต้องใส่ชุดนักโทษขึ้นรถย้ายเรือนจำ สำหรับบางคนอาจสะใจ

แต่สำหรับผม ถือว่าต้องนับถือหัวใจ

ด้วยสถานการณ์ที่พลิกผัน อนุทินได้เป็นนายกฯ ขณะที่อดีตนายกฯ ทักษิณ ติดคุก

ผมจึงกลับคิดว่านี่เป็นการ “พลิกวิกฤตอย่างแท้จริง“ ของพรรคเพื่อไทย

ภาวการณ์ที่แม้แต่พรรคส้มยังป้อแป้กับอุดมการณ์ที่กลับไปกลับมา

กับการโหวตที่สุดประหลาด “เป็นฝ่ายค้านที่โหวตให้ไปเป็นรัฐบาลเพื่อยุบสภา“

และพรรคภูมิใจไทยที่ไม่มีอะไรจะขายในทางการเมือง

การติดคุกของทักษิณ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทย

คนไทยมีนิสัยอยู่อย่าง ไม่ชอบเห็นคนถูกรังแก”

🙏🙏

Cr. สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว

#นายกทักษิณ #กรรมกรข่าว #นายกคนที่23 #ทักษิณ #ทักษิณชินวัตร #fyp

2025/9/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเสรีภาพถือเป็นหัวใจสำคัญของความเป็นมนุษย์ อีกทั้งยังสะท้อนถึงความยุติธรรมในกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งบทความนี้ได้พูดถึงประเด็น "เสรีภาพที่ยิงใหญ่" ที่สะท้อนผ่านกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณชินวัตร การที่ศาลฎีกาตัดสินให้กลับมาติดคุก 1 ปี ปรากฏว่าระยะเวลาที่ทักษิณพักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ไม่ถูกนับรวมเป็นช่วงเวลาคุมขัง สร้างความสงสัยในเรื่องของความยุติธรรมและการตีความในเชิงกฎหมาย ประเด็นนี้ทำให้เราต้องย้อนกลับไปพิจารณาความหมายของคำว่า "ติดคุก" และ "ไร้อิสรภาพ" ซึ่งแม้ในบางสถานที่อาจมีความสะดวกสบายกว่าปกติ แต่การถูกจำกัดการเคลื่อนไหว หรือการมีข้อจำกัดเรื่องอิสรภาพ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และความรู้สึกเหล่านี้มีน้ำหนักอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เคยอยู่ในเรือนจำ ดังที่ผู้เขียนกล่าวว่า 1 วันในคุกนั้นยาวนานกว่านอกคุกหลายเท่า เพราะเสรีภาพของเวลาถูกจำกัดเป็นรายชั่วโมง อีกมุมที่สำคัญคือความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยหลังจากเหตุการณ์นี้ สถานการณ์ที่อดีตนายกฯ ทักษิณต้องเผชิญกับการติดคุกในขณะที่คนรุ่นใหม่ในวงการเมือง เช่น นายอนุทิน ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตรทางการเมืองที่ซับซ้อนและพลิกผันได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การมีพรรคการเมืองที่ไม่มีความแน่นอนเรื่องอุดมการณ์และการโหวตแบบไม่คาดคิด ยังส่งผลให้ภูมิทัศน์ทางการเมืองเปลี่ยนแปลงและเพิ่มความไม่แน่นอนสำหรับอนาคต ในบริบทนี้ "เสรีภาพที่ยิงใหญ่" จึงมีความหมายลึกซึ้งกว่าความหมายพื้นฐาน มันเกี่ยวพันกับความรู้สึกของผู้คนเกี่ยวกับความยุติธรรม ความเป็นมนุษย์ และความหวังในการสร้างสังคมที่ให้เกียรติและเคารพสิทธิของแต่ละบุคคล โดยเฉพาะในสังคมที่มีความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้สนใจการเมืองไทยและความหมายของเสรีภาพ การติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิดจะช่วยให้เข้าใจถึงความซับซ้อนของการเมืองและความยุติธรรมในประเทศไทย ตลอดจนความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อเหตุการณ์และบุคคลสำคัญต่างๆ ซึ่งมีผลต่อภาพรวมของสังคมและอนาคตของประเทศอย่างแท้จริง