Automatically translated.View original post

Dior highlighter 002

3/6 Edited to

... Read moreหลังจากได้ Dior Highlighter 002 (Frosted Opal Glow) มาสักพัก ขอมาเล่ารีวิวแบบใช้งานจริงให้ละเอียดขึ้น เผื่อใครกำลังลังเลเรื่อง “สี 002 เหมาะกับเราไหม” และ “ราคาไฮไลท์ดิออร์คุ้มไหม” ค่ะ โทนของ 002 จะเป็นประกายใส ๆ ออกแนว opal คือมีความมุกนวล ๆ ติดชมพู/ม่วงอ่อนบางมุม แต่พอปัดบนผิวจริงจะให้ฟีลผิวโกลว์แบบสะอาด ไม่ได้เป็นสีชัดจนลอย ถ้าใครชอบไฮไลท์ที่ดูแพงและถ่ายรูปขึ้น กลุ่มนี้คือถูกใจมาก โดยเฉพาะเวลาโดนแสงธรรมชาติหรือแฟลช จะเห็นเป็น “frosted glow” สมชื่อเลย เรื่องเนื้อ: ชิมเมอร์ค่อนข้างละเอียด ปัดแล้วไม่ค่อยเป็นเกล็ดใหญ่ ๆ แต่ถ้าลงหนักเกินไปก็ยังมีโอกาสดูเงาเป็นแถบได้เหมือนกัน ทริคของเราคือค่อย ๆ เติมทีละชั้น และเลือกแปรงที่พุ่มนุ่ม ๆ จะได้ฟุ้งเป็นผิว ถ้าอยากให้พุ่งแบบไฮแฟชั่น ใช้แปรงแบนหรือใช้นิ้วแตะเบา ๆ เฉพาะจุด จะพุ่งเร็วมาก ตำแหน่งที่เราชอบปัด: โหนกแก้มด้านบน (ยิ้มแล้วปัดเฉียงขึ้นไปขมับนิด ๆ), สันจมูกช่วงบนเล็กน้อย, ปลายจมูกแบบแตะ ๆ, หัวตา และเหนือริมฝีปากบน (Cupid’s bow) วันไหนอยากละมุนเป็นงานผิว จะเลี่ยงสันจมูกยาว ๆ แล้วไปเน้นที่โหนกแก้มแทน จะดูแพงกว่าและไม่ทำให้หน้ามันง่าย เหมาะกับผิวแบบไหน: โทน 002 จะขึ้นสวยกับผิวขาว-ผิวกลางที่มีอันเดอร์โทนคูลหรือโทนกลาง ๆ แต่ผิวแทนก็ใช้ได้ถ้าปัดแบบบาง ๆ หรือใช้เป็นท็อปเปอร์เพิ่มมิติ (อย่าหนักมือ) ใครที่มีรูขุมขนกว้างมาก แนะนำลงไพรเมอร์เบลอรูขุมขนตรงบริเวณโหนกแก้มก่อน แล้วค่อยลงไฮไลท์ จะช่วยให้ผิวดูเนียนขึ้น เรื่อง “ติดทน” เราว่าทำได้ดีในระดับไฮเอนด์ ถ้าเซ็ตแป้งบาง ๆ ก่อนแล้วค่อยปัดทับ จะเกาะผิวสวยกว่า โดยเฉพาะคนผิวผสม/มัน ส่วนคนผิวแห้งสามารถลงบนงานผิวที่ชุ่ม ๆ ได้เลย จะยิ่งดูฉ่ำ ราคาไฮไลท์ดิออร์: โดยรวมจะอยู่ในโซนแบรนด์เคาน์เตอร์ ควรเช็คราคาล่าสุดจากเคาน์เตอร์/ช็อปไทยก่อนซื้อ เพราะมีโปรตามช่วงค่ะ ทริคของเราคือถ้าจะให้คุ้ม ลองไปสวอชที่เคาน์เตอร์แล้วดูใต้แสงร้าน + ออกไปดูแสงธรรมชาติหน้าร้านอีกที สี 002 จะเห็นความต่างของประกายชัดมาก ถ้าใครกำลังหา “Dior highlighter รีวิว” ที่เน้นใช้งานจริง เราว่า 002 เป็นสีที่หยิบง่าย ใช้ได้ทั้งวันเบา ๆ และวันแต่งจัด ถ้าได้ลองแล้วชอบสาย glow แบบผิวแพง ๆ ตัวนี้ควรมีจริง ๆ ค่ะ