แปลงโฉมเตียง ให้หลับสบาย ด้วย cooling bedding set 🛏️❄️

ปีใหม่ ต้องเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ให้ดีกว่าเดิม โดยเฉพาะ “โซนพักผ่อน” 😴 เพราะเป็นที่ที่เราจะได้รีชาร์จพลัง ได้ฟื้นตัวจากการนอนหลับอย่างเต็มที่

เพราะปีที่แล้วได้เผชิญปัญหาหลับยากจนต้องไปพบจิตแพทย์ 👩‍⚕️ เลยทำให้ตระหนักว่าสภาพแวดล้อมเล็กๆ ก็มีผลต่อการนอนมากจริงๆ ปีนี้เราเลยใส่ใจกับการนอนมากเป็นพิเศษ ใส่นาฬิกา Tracking การนอนทุกวัน แต่ผลที่ได้ก็ยังรู้สึกว่านอนไม่พอซักที อาจจะเป็นเพราะว่าตื่นกลางดึกบ่อยๆ

สาเหตุคือ

1️⃣ ห้องเราเป็นห้องใต้หลังคา ร้อนง่าย เย็นช้า

2️⃣ ปูฟูกบนพื้น อยู่ใต้แอร์พอดี ทำให้อากาศและความเย็นไม่ถ่ายเท

3️⃣ ต้องตื่นมาเปิดพัดลมทุกคืน คือต้องเปิดทั้งพัดลม ทั้งแอร์ ไม่งั้นเหงื่อออก

เลยคิดว่า เออ…มีทางไหนมั้ยที่จะทำให้เตียงเราเย็นสบาย โดยที่ไม่ต้องตื่นกลางดึก และเปิดพัดลมให้เปลืองไฟอีก เราจะเปลี่ยนฟูกดีๆ ไปเลยดีมั้ยจะได้ไม่อมความร้อน หรือเราจะเปลี่ยนแอร์ไปเลยดี เพิ่ม BTU ให้เหมาะกับห้อง

ไม่ว่าจะทางไหนก็ค่าใช้จ่ายเยอะมาก คิดอยู่นานว่าจะทำยังไงดี จนมาเจอนวัตกรรมที่เรียกว่า “ผ้าปูที่นอนเย็น” อยู่

🙌 สุดท้ายก็มาลองใช้ bewell cooling bedding set ❄️

ชุดผ้าปูที่นอนเย็น ที่เย็นแบบทั่วถึง เย็นตั้งแต่ฟูก หมอน หมอนข้าง และผ้าห่ม ทำให้เราหลับสบายตลอดคืน ไม่ต้องตื่นกลางดึกมาเปิดพัดลม เพราะมันล็อกความเย็นเอาไว้ ไม่ทำให้ร้อนจนเหงื่อออก เหมาะกับคนขี้ร้อนชอบนอนถีบผ้าห่ม และก็สภาพอากาศเมืองไทยสุดๆ

ที่ชอบคือ ผ้าเค้านุ่มจริงๆ พอเรารีโนเวทโซนนอนใหม่ เราก็อยากให้มันเรียบร้อย 🛏️ พอชุดที่นอนเป็นผ้าไนลอน + Spandex มันเลยเรียบ นุ่ม ลื่น และก็แนบไปกับเตียงเลย แถมช่วยป้องกันไรฝุ่นด้วย คนเป็นภูมิแพ้อย่างเราเลิฟสิ่งนี้มาก 🩵

ใครกำลังแปลงโฉมที่นอนให้มินิมอล เรียบง่าย นอนสบาย Function ก็เริ่ดแบบนี้ ลอง bewell cooling bedding set นี้ดู เอนตัวปุ๊บ ไม่อยากลุกจากเตียงเลย 🥰

#บ้านเราอยากรีวิว #ผ้าปูที่นอน #ชุดผ้าปูที่นอน #แต่งบ้าน #bewell

1/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมใครอยู่ “ห้องใต้หลังคา” น่าจะเข้าใจเลยว่าเปิดแอร์อย่างเดียวบางคืนยังไม่พอ สุดท้ายต้องพึ่งพัดลมช่วยตลอด แต่พอเปิดพัดลมผิดตำแหน่งมันจะยิ่งทำให้นอนสะดุ้ง/คอแห้ง หรือยังร้อนอยู่ดี เราเลยลองไล่ปรับทีละจุดให้พัดลมใต้หลังคาทำงานคุ้มขึ้น (ไม่ใช่แค่เปิดแรงๆ อย่างเดียว) เผื่อช่วยได้ค่ะ 1) ตำแหน่งพัดลม: อย่าเป่าตรงตัว ให้ “ช่วยวนลม” แทน ทริคที่เวิร์กสุดสำหรับเราคือหันพัดลมให้เป่า “เฉียงขึ้น” ไปทางเพดาน/ผนังด้านที่ร้อน เพื่อให้ลมไหลเวียนและดึงอากาศร้อนออกจากโซนนอน แทนการเป่าใส่หน้าโดยตรง (ซึ่งมักทำให้แห้งและตื่นกลางดึก) ถ้าห้องแคบ ให้ลองวางพัดลมที่ปลายเตียงหรือข้างเตียงแต่ปรับมุมขึ้นเล็กน้อย 2) ถ้านอนปูฟูกกับพื้น: ยิ่งอมความร้อน ต้องยกให้พ้นพื้น การปูฟูกใต้แอร์อย่างเดียวไม่ได้แปลว่าจะเย็น เพราะพื้นกับฟูกสะสมความร้อนได้ดี แถมอากาศไม่ค่อยไหลผ่านด้านล่าง เราลองแก้โดยยกฟูกให้พ้นพื้น (มีเตียง/ฐานเตี้ยๆ หรือแผ่นรองที่ช่วยให้อากาศผ่าน) จะรู้สึกว่าพัดลมช่วยได้มากขึ้น และความชื้น/ไรฝุ่นก็น้อยลงด้วย 3) ใช้ “เวลา” และ “โหมด” ให้ถูก ลดตื่นกลางดึก ถ้าเปิดพัดลมทั้งคืนแล้วหนาวสลับร้อน ลองตั้งเวลา 1-2 ชั่วโมงแรกให้พัดลมช่วยไล่ความร้อนสะสม แล้วค่อยลดแรง/ตั้งส่าย หรือปิดอัตโนมัติ วิธีนี้ช่วยลดอาการตื่นเพราะเย็นเกินไป แต่ยังทำให้ช่วงหลับแรกสบายขึ้น 4) ปิดช่องร้อน + กันแดดตอนกลางวัน ช่วยตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลานอน ห้องใต้หลังคามักร้อนสะสมจากหลังคาและแดดบ่าย เราเพิ่มผ้าม่านกันแดด/ม่านทึบ และพยายามปิดช่องแสงที่รับความร้อนตรงๆ ตอนกลางวัน พอกลางคืนพัดลมกับแอร์ทำงานเบาลงจริง (รู้สึกได้ที่ค่าไฟและเหงื่อออกน้อยลง) 5) อัปเกรด “สัมผัสที่โดนตัว” ให้เย็นขึ้นทันทีด้วยชุดเครื่องนอน ต่อให้ห้องเย็นขึ้น แต่ถ้าฟูก/ผ้าปูอมความร้อนก็ยังตื่นได้เหมือนเดิม เราเลยชอบแนว cooling bedding set เพราะมันเย็นตั้งแต่ผ้าปู หมอน ผ้าห่ม โดยเฉพาะผ้าที่เป็นไนลอนผสมสแปนเด็กซ์จะให้ฟีลลื่น เรียบ แนบเตียง และระบายอากาศดีขึ้น ที่สำคัญคือช่วยเรื่องไรฝุ่นสำหรับคนเป็นภูมิแพ้แบบเรา สรุปคือ “พัดลมใต้หลังคา” ให้ผลต่างมากถ้าจัดตำแหน่งให้ช่วยวนลม + ลดความร้อนสะสมในห้อง และถ้าอยากจบปัญหาตื่นกลางดึก ลองดูที่ชุดเครื่องนอน/ฟูกด้วย เพราะมันคือสิ่งที่สัมผัสตัวเราโดยตรงทุกคืนค่ะ

ค้นหา ·
ชุดผ้าปูที่นอนเย็น ยี่ห้อไหนดี