ทหารหล่อ
ช่วงที่เราอยากเปลี่ยนลุคให้ดู “เรียบร้อย สะอาดตา” ทรงผมทหารกับทรงหัวเกรียนคือคำตอบที่จบมาก เพราะตัดแล้วหน้าดูคมขึ้น แถมดูแลง่ายสุด ๆ โดยเฉพาะวันที่ไม่อยากเซ็ตผมอะไรเยอะ 1) ทรงผมทหารยอดฮิต (เลือกตามความมั่นใจ) - เกรียนเบอร์ 0–1: ฟีลทหารหัวเกรียนชัดที่สุด เหมาะกับคนที่อยากโล่ง ๆ และไม่กลัวเห็นรูปหัว/ไรผมชัด ๆ ข้อดีคือเย็น สะอาด ดูแลง่ายมาก - เกรียนเบอร์ 2–3: ยังสั้นแบบทหาร แต่ซอฟต์ลง ถ่ายรูปแล้วหน้าดูละมุนขึ้น เหมาะกับมือใหม่ที่ยังไม่กล้าไถสั้นสุด - รองทรงสูง/กลาง + ด้านบนสั้น: ถ้าอยากได้กลิ่นอาย “ทรงผมทหาร” แต่ยังอยากเหลือผมด้านบนไว้บ้าง ทรงนี้คือบาลานซ์ดีมาก ดูสุภาพและเข้ากับหลายรูปหน้า 2) วิธีบอกช่างให้ได้ทรงทหารแบบที่ต้องการ เราแนะนำให้บอกช่างเป็น “เบอร์ปัตตาเลี่ยน + ระดับรองทรง” จะชัวร์กว่า เช่น - “ขอเกรียนเบอร์ 2 ทั้งหัว” (ง่ายและตรง) - “ขอรองทรงสูง ด้านข้างไล่ 0 ขึ้น 1–2 ด้านบนสั้นประมาณ 1–2 ซม.” ถ้ามีเรฟในมือถือยิ่งดี เพราะคำว่า “ทรงผมทหาร” แต่ละร้านตีความไม่เหมือนกัน 3) เลือกทรงให้เข้ากับรูปหน้าแบบเร็ว ๆ - หน้ากลม: ลองรองทรงสูง/กลาง ให้ด้านข้างสั้นขึ้น จะช่วยให้หน้าดูเรียว - หน้ายาว: เลี่ยงการไถข้างสูงมาก ๆ ลองรองทรงกลางและให้ด้านบนไม่เตียนเกิน จะบาลานซ์ความยาวหน้า - หน้าผากกว้าง/ไรผมถอย: เลือกเบอร์ 2–3 หรือรองทรงที่ไม่สูงเกินไป จะช่วยไม่ดึงสายตาไปที่ไรผมมาก 4) ดูแลหลังตัด (ให้ทรงดูเนี๊ยบตลอด) - ช่วง 1–2 สัปดาห์แรกจะดูเป็นทรงที่สุด หลังจากนั้นผมจะเริ่มตั้ง/ชี้ แนะนำไปรับทรงทุก 2–3 สัปดาห์ถ้าอยากคงความเนี้ยบแบบทหาร - ใช้แชมพูอ่อน ๆ และเช็ดให้แห้งเร็ว จะช่วยลดความมันและลดปัญหาสิวบริเวณไรผม - ถ้าไถสั้นมาก อย่าลืมทากันแดดที่หนังศีรษะเวลาออกแดด เพราะหนังหัวไหม้แดดได้จริง 5) ทรงผมทหารเหมาะกับโอกาสไหน ส่วนตัวเราว่าทรงนี้เหมาะทั้งวันสบาย ๆ ไปฟิตเนส ไปเรียน ไปทำงานที่ต้องการความสุภาพ และยังเข้ากับลุคสายคลีน/มินิมอลมาก ๆ ใครที่อยากลุคเท่แบบเรียบร้อย ลองเริ่มจากทรงผมทหารเบอร์ 2–3 ก่อน แล้วค่อยไล่สั้นลงตามความชอบก็ได้
🥰หุ่นดี หล่อ ด้วย