บทที่ 1 #ปมในใจ

■ ผมเกิดในครอบครัวข้าราชการ

ธรรมดาๆ ในต่างจังหวัดทางภาคอีสาน

ครอบครัวก็จัดได้ว่าพอจะมีฐานะ มีหน้ามีตาในสังคมระแวกบ้านเกิดบ้าง

■ ด้วยชีวิตในวัยเด็ก ผมเป็นเด็กที่ขี้อาย

บุคลิคอ้อนแอ้น ลักษณะคล้ายเด็กผู้หญิง จึงทำให้ผู้เป็นแม่ มีความกังวลมากกับการที่กลัวจะมีลูกชายอย่างผม จะเป็น "กระเทย"

■ ทำไมนะหรอคับ...ผมเป็นลูกชายคนเล็กจากลูกสองคน พี่สาวของผมเกิดก่อนผมสักสองปีได้...แต่จากประวัติในวงตระกูลของแม่แล้ว...ผมมีญาติที่ผมเรียกว่า "อา" เป็นกระเทย ซึ่งในครอบครัวของคุณตา...รังเกียจมากกับการที่มีลูกชาย

แล้วต้องเป็นกระเทย

■ ผมเคยเห็นคุณตาเคยตีคุณอา อย่างที่ผมรู้สึกได้ว่า เป็นการกระทำที่โหดร้ายและเลือดเย็นมาก...อย่างกับว่า คุณอาไม่ใช่คน หรือไม่ใช่ลูกของคุณตา

■ คุณตา เพียงต้องการสั่งสอนให้อา

เลิกที่จะเป็นกระเทย...

■ แต่ความจริง...ด้วยโครโมโซมของ

คุณอาแล้วที่ติดมากับตัวตั้งแต่เกิด ไม่สามารถเป็นไปได้เลยที่จะกลับมาเป็นผู้ชายได้อย่างที่คุณตาต้องการ

■ จำได้ว่า คุณตาถึงกับพูด ตัดความเป็น

พ่อลูกกับคุณอา ด้วยซ้ำในท้ายที่สุด

■ แล้วคุณอาก็หนีออกจากบ้านไป...จากนั้น...ผมก็ไม่เคยพบคุณอาอีกเลยตั้งแต่นั้นมา

■ จนถึงเมื่อวันที่คุณตาเสีย || และคุณอาได้กลับมาร่วมงานศพของคุณตา เพื่อจะขออโหสิกรรมต่อคุณตาผู้ล่วงลับ

■ ด้วยพันธุกรรม ที่มีมาแต่ครอบครัวของแม่นี่เอง ที่แม่จึงกังวลใจที่ผมเกิดมา มีหน้าตาที่เหมือนเด็กผู้หญิงมากในตอนนั้น...พี่สาวของผม...ยังดูเป็นเด็กผู้ชายมากกว่าผมเสียด้วยซ้ำ...

■ ความกังวลใจที่สะสมมากขึ้น...คุณแม่กับคุณยายได้ทำการแก้เคล็ดให้ผม...จากคำแนะนำของญาติๆทและคุณยาย ก่อนที่คุณยายจะเสีย

■ ให้จับผมแต่งตัวเป็นเด็กผู้หญิง...ให้สวมกระโปรง...ทาปากแดง...และก็ไปไหนมาไหนด้วยกันในสภาพการแต่งตัวให้ผมเป็นแบบนั้น

■ แม่อาจจะคิดว่าผม อาจจะยังเด็ก ไม่รู้ประสีประสาอะไร...กว่าที่จะรู้จักคำว่า "อาย"

■ แต่...จะมีใครรู้ไหม๊?  ว่าผมรู้สึกอาย...อายมากขนาดไหน?

■ มันคือ " ปม " ที่ติดอยู่ในใจของผมตั้งแต่นั้นมา...จากวันนั้น จนถึงตอนนี้...

■ การแก้เคล็ดมันได้ผล...ได้ผลดีเสียด้วย นอกจากมันทำให้ผม ไม่กลายเป็นกระเทย...แต่มันทำให้ผมเป็นผู้ขาย 100% ทีมีแต่ความเทาเทากับชีวิต...ที่ผมไม่สามารถควบคุมมันได้

#ปมในใจ #ติดเทรนด์ #แทนความรู้สึก #นิยายน่าอ่าน

บ่อวิน
2025/10/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในชีวิตจริงหลายคนมักประสบกับ "ปมในใจ" ที่มาจากครอบครัวและสภาพแวดล้อมที่เติบโตโดยเฉพาะในสังคมไทยที่ยังคงมีค่านิยมและความคาดหวังต่อบทบาททางเพศอย่างเข้มงวด เช่น กรณีของผู้เขียนที่เติบโตในครอบครัวข้าราชการในภาคอีสานซึ่งมีความกดดันจากทั้งบุคลิกและสายเลือดของตนเอง รวมถึงความไม่ยอมรับภายในครอบครัวเมื่อพบว่ามีญาติที่เป็น "กระเทย" ซึ่งเป็นคำที่คนในสังคมบางส่วนอาจใช้ในแง่ลบ ภาพความรุนแรงที่ผู้เขียนพบเห็นระหว่างคุณตาและญาติผู้เป็นกระเทยชี้ให้เห็นถึงความเจ็บปวดของการถูกกีดกันทางสังคมและครอบครัว นอกจากนี้ พันธุกรรมและความแตกต่างทางโครโมโซมเป็นปัจจัยที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยมนุษย์ การจัดการกับความแตกต่างนี้ในครอบครัวแบบดั้งเดิมอาจทำให้เกิดความเจ็บปวดและความขัดแย้งหลายครั้ง การแก้เคล็ดที่ผู้เขียนเล่าเรื่องถึง คือการที่แม่และยายได้ให้แต่งตัวเป็นเด็กผู้หญิงแล้วออกไปด้วยกัน เป็นวิธีการหนึ่งของคนในวัฒนธรรมไทยที่เชื่อในพลังแห่งความเชื่อโบราณเพื่อแก้ไขปัญหาในชีวิต สิ่งนี้ทั้งช่วยและสร้างผลกระทบในตัวผู้เขียนเองเพราะแม้จะไม่กลายเป็นกระเทยตามที่แม่กังวล แต่ก็ได้สร้างความรู้สึกเทาๆ หรือปราศจากความแน่นอนในตัวตนที่แท้จริง เรื่องราวนี้สะท้อนภาพของคนที่ต้องต่อสู้กับความกังวล ความกลัวการถูกปฏิเสธ และการยอมรับในตัวเองที่อาจไม่ตรงกับความคาดหวังของสังคมหรือครอบครัวในยุคก่อน ความเข้าใจและการเปิดใจในประเด็นเรื่องเพศ ความแตกต่างในบุคลิกภาพ และการยอมรับความหลากหลายทางเพศเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการสร้างสังคมที่อบอุ่นและเข้าใจ สำหรับผู้อ่านที่อาจเผชิญกับปมในใจหรือความไม่มั่นใจในตัวเอง การได้อ่านข้อความที่ถ่ายทอดออกมาอย่างตรงไปตรงมาและมีความอ่อนโยนเช่นนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเปลี่ยนมุมมองและเริ่มต้นปลดล็อคความรู้สึกต่างๆ ซึ่งจะส่งผลดีต่อความสุขและความสงบในชีวิตในระยะยาว "บทที่ 1: ปมในใจ" ไม่ใช่เพียงเรื่องราวของชีวิตคนคนหนึ่งแต่ยังเป็นภาพสะท้อนของสังคมไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลงและเรียนรู้ที่จะเข้าใจในความหลากหลายของชีวิตและความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง