Shanghai Tower ตึกแห่งอนาคต 🇨🇳

หลายๆ ท่านน่าจะคุ้นกับหอคอยไข่มุก

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

ในเมืองเซี่ยงไฮ้

ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนกันนะครับ

“หอคอยไข่มุก”ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีการก่อสร้างที่น่าสนใจมาก

แต่ใกล้ๆ กันนั้น ยังมีตึกอีกแห่ง

ที่น่าสนใจยิ่งกว่าในด้านการก่อสร้าง

นั่นก็คือ “เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์“ 👷🏼‍♂️

•• สิ่งก่อสร้างรอบโลก Ep.8 ••

เทคโนโลยีก่อสร้างของเซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ (Shanghai Tower)

ก้าวกระโดดจากหอไข่มุกไปไกลมากครับ

เพราะตึกแห่งนี้ไม่ได้เน้นแค่ความสูง 632 เมตร

แต่คือ "โจทย์วิศวกรรมที่ยากที่สุด" อย่างหนึ่งของโลก

เนื่องจากสร้างบนดินที่อ่อนนุ่มเหมือนเลน และต้องสู้กับลมพายุระดับไต้ฝุ่น

และนี่คือ 4 เทคนิคการสร้าง

ที่ทำให้ตึกนี้เป็นตำนานครับ

🟠 การบิดตัว 120 องศา

ดีไซน์ที่ดูสวยงามนี้

เป็นการออกแบบเพื่อต้านแรงลม

• ตัวตึกที่บิดเกลียวขึ้นไป

ช่วยสลายแรงลมได้ถึง 24%

• การลดแรงลมนี้

ทำให้ลดปริมาณเหล็กโครงสร้างลงได้มหาศาล

ประหยัดไปกว่า 58 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เลยทีเดียว

🟠 ผนังกระจกสองชั้น

เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ถูกสร้างคล้าย

”ขวดแก้วที่ซ้อนอยู่ในขวดแก้ว"

• ช่องว่างระหว่างกระจกชั้นนอกและชั้นใน

ทำหน้าที่เป็นฉนวน

ช่วยรักษาอุณหภูมิในตึก

ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ

• พื้นที่ว่างระหว่างชั้นกระจก

ถูกเปลี่ยนเป็นสวนพักผ่อน 21 แห่ง

เพื่อให้คนในตึกรู้สึกผ่อนคลาย

เหมือนอยู่บนพื้นดิน

🟠 ลูกตุ้มยักษ์

(Tuned Mass Damper - TMD)

ที่ชั้นบนสุดของตึก ชั้น 125-126

มีลูกตุ้มเหล็กหนัก 1,000 ตัน แขวนอยู่

ซึ่งในขณะที่สร้างนั้น

จัดว่าเป็นลูกตุ้มที่หนักที่สุดในโลก

หนักกว่าของตึก Taipei 101 เกือบเท่าตัว

• เป็นครั้งแรกของโลก

ที่ใช้ระบบแม่เหล็ก

ในการควบคุมแรงแม่เหล็กไฟฟ้า

(Eddy Current)

แทนระบบโช้คอัพน้ำมันแบบเดิม

ทำให้มีความนิ่งและทนทานกว่า

หลักการ :

จะมีแผ่นทองแดงขนาดใหญ่ใต้ลูกตุ้ม

เมื่อลูกตุ้มแกว่งผ่านสนามแม่เหล็ก

จะเกิดแรงต้านแม่เหล็กไฟฟ้าขึ้นมาหน่วงไว้

ลองนึกภาพว่า

ถ้าลมพายุไต้ฝุ่นพัดตึกให้โย้ไปทาง ซ้าย

-> แรงเฉื่อยจะทำให้ลูกตุ้มนี้เหวี่ยงไปทางขวา

-> น้ำหนัก 1,000 ตันที่เหวี่ยงสวนทาง

จะช่วยดึงสมดุลของตึกกลับมา

ผลลัพธ์ :

คนที่อยู่บนตึกแทบจะไม่รู้สึกถึงการสั่นไหวเลย

ลดอาการ "เมาตึก" ได้ชะงัดครับ

🟠 ฐานรากบนดินที่อ่อนนุ่ม

เซี่ยงไฮ้ตั้งอยู่บนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี

ดินบริเวณนี้จึงนิ่มมาก

เป็นสาเหตุที่ต้องคำนึงถึงเรื่องการทำฐานรากให้แข็งแรง เพื่อไม่ให้จมลงไป

• ต้องตอกเสาเข็มคอนกรีต 980 ต้น

ลึกลงไปใต้ดินถึง 86 เมตร

• จากนั้นเทคอนกรีตทำฐานราก

หนาถึง 6 เมตร

เพื่อสร้าง "แพ" ขนาดมหึมา

รองรับน้ำหนักตึก 850,000 ตัน

🇨🇳 จะเห็นได้ว่า Shanghai Tower

เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งอนาคต

ที่ผสมผสานนวัตกรรม ความเชื่อ และงานศิลปะเข้าด้วยกัน

หากไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ ก็ไม่ควรพลาดที่จะแวะเช็คอินที่ตึกนี้นะครับ

** แนะนำให้ขึ้นไปช่วงประมาณ 17:00 น.

เพื่อดูพระอาทิตย์ตกดิน

และรอชมแสงไฟจากตึกระฟ้าทั่วเมือง

ที่จะค่อยๆ สว่างขึ้นมา

เป็นภาพที่โรแมนติกและอลังการมากครับ

———————————

นึกถึงการคุมงาน ไม่มีเวลา

หรือเจอปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย

ให้เราเป็นความสบายใจของคุณ

"บริษัท N36 Engineering จำกัด"

#เที่ยวจีน

#เซี่ยงไฮ้

#วิศวกรคุมงาน

#หาคนคุมงาน

#คุมงานก่อสร้าง

2/25 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังเสิร์ชหา Shanghai Tower เพราะอยากรู้ว่า “ตึกนี้พิเศษยังไง” หรือกำลังวางแผนไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ บอกเลยว่าไปแล้วจะเข้าใจคำว่า “ตึกแห่งอนาคต” จริงๆ ค่ะ/ครับ จุดที่ทำให้เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์น่าสนใจไม่ใช่แค่สูงติดอันดับโลก แต่เป็นรายละเอียดเชิงวิศวกรรมที่ซ่อนอยู่ในดีไซน์—ดูเผินๆ เหมือนตึกบิดเกลียวสวยๆ แต่จริงๆ ทำมาเพื่อต้านลมโดยตรง สิ่งที่ผมชอบเล่าให้เพื่อนฟังคือ “ตึกนี้คิดเผื่อคนอยู่ข้างใน” ด้วย ไม่ใช่เอาสถิติความสูงอย่างเดียว เช่น ผนังกระจกสองชั้นที่เหมือนขวดแก้วซ้อนขวดแก้ว ช่วยเรื่องอุณหภูมิ ทำให้ภายในสบายขึ้น และช่องว่างระหว่างกระจกยังถูกจัดเป็นพื้นที่พักผ่อน/สวนหลายจุด เวลายืนมองจากด้านนอกจะรู้สึกว่าตึกนี้มีมิติ ไม่ใช่กล่องกระจกทื่อๆ แบบตึกทั่วไป อีกอย่างที่หลายคนไม่รู้คือ “ลูกตุ้มยักษ์” (Tuned Mass Damper: TMD) ที่อยู่ช่วงชั้นบนมากๆ เป็นเหมือนตัวช่วยบาลานซ์เวลาโดนลมแรงหรือพายุระดับไต้ฝุ่น ใครที่เคยขึ้นตึกสูงแล้วเวียนหัว เมาตึก จะนึกภาพออกเลยว่าระบบนี้สำคัญแค่ไหน เพราะมันช่วยลดการสั่นไหว ทำให้คนด้านบนแทบไม่รู้สึกว่าตึกกำลังโยก สำหรับสายเที่ยว ถ้าอยากให้ทริป Shanghai Tower คุ้ม ผมแนะนำให้เผื่อเวลาแบบนี้: - ไปช่วงเย็นประมาณ 17:00 น. จะได้เก็บทั้งแสงพระอาทิตย์ตกและวิวเมืองตอนเปิดไฟ - ถ้าไปวันฟ้าใส วิวแม่น้ำหวงผู่และย่านตึกระฟ้าจะเด่นมาก ถ่ายรูปออกมาสวยแบบไม่ต้องแต่งเยอะ - ถ้าคนเยอะ ลองวางแผนไปวันธรรมดา จะเดินดูนิทรรศการ/จุดชมวิวได้สบายกว่า ตำแหน่งตึกก็ถือว่าสะดวก เพราะอยู่โซนเดียวกับแลนด์มาร์กฝั่งผู่ตง ใกล้หอไข่มุก (Oriental Pearl Tower) มากๆ แนะนำให้แพลนไปวันเดียวกันได้เลย: ช่วงบ่ายเดินเล่นแถวนั้น ถ่ายรูปวิวแม่น้ำ แล้วค่อยขึ้น Shanghai Tower ตอนเย็น รับรองฟีลโรแมนติกและอลังการตามที่หลายคนรีวิวจริงๆ สุดท้าย ถ้าชอบธีม “สุดยอดเทคนิคการก่อสร้าง” แบบในภาพปก ลองดูตึกนี้ด้วยมุมใหม่—ทุกเส้นโค้งและการบิดเกลียว ไม่ได้ทำเพื่อความสวยอย่างเดียว แต่เป็นคำตอบของโจทย์หนักๆ อย่างลมแรงและดินอ่อนในเซี่ยงไฮ้ นี่แหละที่ทำให้ Shanghai Tower เป็นตึกที่ควรไปเช็กอินสักครั้ง

ค้นหา ·
Shanghai tower