“วิ่งอย่างเข้าใจร่างกายตัวเอง”

🏃🏻‍♀️อาการที่นั่งวิ่งเจอกันบ่อยที่ซู้ดดดด นั้นคือ ….. “เจ็บชินสปลิน”

ก็เป็นหนึ่งคนที่อยากสุขภาพร่างกายแข็งแรง เริ่มต้นง่ายๆ จากการออกไปวิ่ง แต่ไปวิ่งไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย !!!! 😲

พอเริ่มตั้งใจอยากลงงานวิ่ง อยากวิ่งเก่ง ซ้อมอย่างมีวินัยแต่ 😨

“วิ่งแบบไม่เข้าใจร่างกายตัวเอง จน้กิดอาการบาดเจ็บ”

เริ่มต้นจาก.. ช่วงแรกที่เริ่มวิ่ง รู้สึกตึงที่ขา ที่น่อง และ “ความตึงนิด ๆ” ที่หน้าแข้งจะกลายเป็นอาการที่ทำให้ต้องหยุดวิ่งยาวหลายสัปดาห์ หลายเดือน 😣

ตอนนั้นรู้แค่ว่าวิ่งแล้วปวดหน้าแข้งจี๊ด ๆ ทุกครั้งที่เท้าสัมผัสพื้น ยิ่งฝืนก็ยิ่งปวด เหมือนกระดูกสั่นอยู่ข้างใน แต่ใจมันอยากวิ่งไง เลยคิดว่า “เดี๋ยวก็คงหาย” …แต่ไม่เลยค่ะ 😂

หลังจากหาข้อมูลถึงรู้ว่าเราเจออาการที่เรียกว่า “Shin Splints” หรือ เจ็บหน้าแข้งจากการใช้งานกล้ามเนื้อเกิน (Overuse injury)

อาการนี้มักเกิดกับคนที่

• เพิ่งเริ่มวิ่งใหม่ ๆ หรือเพิ่มระยะ/ความเร็วเร็วเกินไป

• รองเท้าวิ่งไม่เหมาะกับรูปเท้า

• วิ่งบนพื้นแข็งตลอด

• ไม่วอร์มหรือคูลดาวน์ก่อนและหลังวิ่ง

หลังจากนั้นฉันลองปรับใหม่หมดเลยค่ะ 👟

• เปลี่ยนรองเท้าวิ่งให้รองรับแรงกระแทกดีขึ้น

• วิ่งวันเว้นวันให้กล้ามเนื้อได้พัก

• ยืดเหยียดขาก่อน–หลังวิ่งทุกครั้ง

• เพิ่มการฝึกกล้ามเนื้อหน้าแข้งกับน่องเบา ๆ

ตอนนี้กลับมาวิ่งได้อีกครั้งแล้ว 💪🏻

สิ่งที่เรียนรู้จาก “ชินสปลิน” คือ…

วิ่งให้เร็วแค่ไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับ “วิ่งอย่างเข้าใจร่างกายตัวเอง”

อยากฝากถึงใครที่กำลังเจ็บอยู่ตอนนี้ — อย่าฝืนเลยนะคะ 💛

พักได้ ไม่แพ้ใคร แค่ฟังร่างกายตัวเองดี ๆ แล้วค่อยกลับมาใหม่ให้แข็งแรงกว่าเดิม 🌿

เพื่อน ๆ เคยเจ็บจากการวิ่งแบบนี้ไหมคะ?

มาแชร์กันหน่อยว่าหายยังไง หรือมีทริกดูแลหน้าแข้งยังไงบ้าง 🏃🏻‍♀️

#สตอรี่ของฉัน #บาดเจ็บจากการวิ่ง #การวิ่ง #ประสบการณ์ตรง #ติดเทรนด์

2025/11/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมอาการ "ชินสปลิน" หรือเจ็บหน้าแข้งจากการใช้งานกล้ามเนื้อเกิน (Shin Splints) เป็นอาการที่นักวิ่งหลายคนมักประสบพบเจอ โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มวิ่งหรือเพิ่มระยะและความเร็วอย่างรวดเร็ว การเข้าใจสัญญาณจากร่างกายและการดูแลตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้อาการบาดเจ็บลุกลามจนทำให้ต้องหยุดวิ่งนาน หลักการเบื้องต้นที่ควรทำคือการเลือกใช้รองเท้าวิ่งที่เหมาะสมกับรูปเท้า เพราะรองเท้าที่ไม่รองรับแรงกระแทกดีพอจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหน้าแข้งและกล้ามเนื้อน่องได้ นอกจากนี้ การวิ่งบนพื้นแข็งอย่างต่อเนื่องอาจทำให้แรงกระแทกสะสมที่หน้าแข้งมากขึ้น ควรสลับไปวิ่งบนพื้นผิวที่นุ่มกว่า เช่น สนามหญ้าหรือทางวิ่งที่มีพื้นยาง เพื่อช่วยลดแรงกระแทกและถนอมกล้ามเนื้อหน้าแข้ง การวอร์มอัพก่อนวิ่งและคูลดาวน์หลังวิ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การยืดเหยียดกล้ามเนื้อหน้าแข้งและน่องอย่างเหมาะสมจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและป้องกันการบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวเร็วขึ้น อีกหนึ่งเทคนิคที่ช่วยเสริมความแข็งแรงคือการฝึกกล้ามเนื้อหน้าแข้งและน่องด้วยการออกกำลังกายเฉพาะกลุ่มกล้ามเนื้อ เช่น การยกปลายเท้าหรือการเดินบนส้นเท้า เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นมีความทนทานมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การให้เวลาร่างกายได้พักฟื้นอย่างเพียงพอเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เมื่อรู้สึกเจ็บหรือมีอาการตึงควรหยุดพักและลดระยะเวลาวิ่งลง เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองและลดความเสี่ยงของอาการเรื้อรังที่จะตามมา การวิ่งอย่างเข้าใจร่างกายตัวเอง ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บชินสปลิน แต่ยังทำให้คุณสนุกกับการวิ่งมากขึ้น และสามารถฝึกซ้อมอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาวได้อย่างปลอดภัย

ค้นหา ·
วิ่งเล่น