เจอแจ้งจับ โดรนใกล้เขตพื้นที่อ่อนไหว
คนไทยโปรดช่วยกันเป็นหูเป็นตา!
สนง การบินพลเรือนแห่งแระเทศไทย (CAAT) มีคำสั่ง ฿ห้ามบินโดรน ใน้ขตจังหวัดชายแเนไทยกัมพูชา 7 จังหวัด สัตหีบ บ้านฉาง สนามบินทั่วประเทศ แแและน่าจะมีห้ามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
@พี่นาพาทำ ™️ @พี่นาพาทำ ™️
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า ภายหลัง ทสภ. ได้ รับรายงานการตรวจพบอากาศยานไร้คน ขับ (Drone) บริเวณใกล้เขต ทสภ. ตั้งแต่ คืนวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ได้ดำเนินการ ต ามขั้นตอนของแผนเผชิญเหตุและแผน รักษาความปลอดภัยสนามบิน
อย่างเคร่งครัด และประสานหน่วยงานด้าน ความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้า พื้นที่ตรวจสอบทันที ต่อมาในคืนวันที่ 21 ธันวาคม 2568 มีรายงานพบการบินของ อากาศยานไร้คนขับในพื้นที่โดยรอบซึ่งอยู่ ห่างจากจุดเดิมออกไป จากการประเมิน
สถานการณ์ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ ส่งผลกระทบต่อการขึ้น ลงของ อากาศยาน ตารางเที่ยวบิน และการให้ บริการผู้โดยสารแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ทสภ. ได้บูรณาการความร่วมมือกับ กองทัพบก กองทัพอากาศ และสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ในการติดตั้งและใช้งาน อุปกรณ์ตรวจจับและต่อต้านอากาศยานไร้ คนขับ (Anti-Drone) ควบคู่กับการเพิ่ม กำลังสายตรวจรถยนต์ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับ สสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
นายกิตติพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การบิน อากาศยานไร้คนขับใกล้เขตสนามบิน เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและมีความ เสี่ยงสูง โดยเฉพาะในรัศมี 9 กิโลเมตร ผู้ ฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย โดยหากเข้าข่าย ความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิด บางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.2558 ผู้ ฝ่าฝืนมีโทษหนักถึงขั้นประหารชีวิต พร้อม ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นสิ่ง ผิดปกติสามารถแจ้ง ศูนย์สุวรรณภูมิ โทร. 0 2132 4000 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทสภ.ยืนยันให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัย และมีความพร้อมอย่าง เต็มที่ในการดูแลผู้โดยสารและการเดิน อากาศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ผู้ใช้บริการ และสนับสนุนภาพลักษณ์การ ท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างยั่งยืน
ด้าน พลตำรวจโทวัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการ ตำรวจภูธร ภาค 1 กล่าวว่า สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และมาตรการใน การป้องกันและแก้ไขปัญหาอากาศยาน ไร้คนขับรถล้ำพื้นที่สนามบิน...
หลังจากที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกคำสั่งห้ามบินโดรนในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนติดกับกัมพูชา ได้แก่ จันทบุรี ตราด สระแก้ว บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ และอุบลราชธานี รวมถึงพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง และพื้นที่รัศมี 9 กิโลเมตรรอบสนามบินทั่วประเทศนั้น การคุมเข้มนี้มาจากความเสี่ยงที่โดรนอาจทำให้เกิดอันตรายกับเที่ยวบินและผู้โดยสารได้จริง โดยเฉพาะสนามบินที่มีการจราจรทางอากาศหนาแน่นเหมือนสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินสำคัญอื่นๆ CAAT ได้ร่วมมือกับกองทัพบก กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการติดตั้งระบบตรวจจับอากาศยานไร้คนขับ (Anti-Drone) เพื่อป้องกันการบินโดรนในเขตหวงห้าม นอกจากนี้ยังเพิ่มกำลังสายตรวจเพื่อโฟกัสการตรวจสอบและจับกุมผู้ฝ่าฝืนอย่างจริงจัง การบินโดรนในรัศมี 9 กิโลเมตรรอบสนามบินถือว่าผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.2558 ซึ่งมีบทลงโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต และเจ้าหน้าที่พร้อมดำเนินการอย่างเข้มงวดหากพบเหตุการณ์รบกวนการบิน หรืออันตรายต่อความปลอดภัยการเดินอากาศทันที ประชาชนจึงมีบทบาทสำคัญในการเป็นหูเป็นตาช่วยแจ้งเบาะแสเบื้องต้นเข้าศูนย์ควบคุมการบินทางโทรศัพท์ 0 2132 4000 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อการแก้ไขอย่างรวดเร็วและป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับผู้โดยสารและเครื่องบิน ทั้งนี้ความร่วมมือของทุกฝ่ายจะช่วยให้ภาพรวมความปลอดภัยทางการบินของประเทศไทยดีขึ้น พร้อมสนับสนุนภาพลักษณ์เรื่องการท่องเที่ยวและความมั่นคงของประเทศต่อไปอย่างยั่งยืน กรมการบินพลเรือนยังแนะนำผู้ที่ต้องการใช้งานโดรนในพื้นที่อื่นๆ ว่าควรขออนุญาตและศึกษาเขตห้ามบินอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดหรือกระทบความปลอดภัยในชุมชน อีกทั้งยังเป็นการเคารพกฎหมายและช่วยส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีโดรนอย่างถูกต้องและปลอดภัยตามหลักสากล


