- ขัดต่อ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
มาตรา 85 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า "การออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้กระทำโดยวิธี โดยตรงและลับ"
- ขัดต่อ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561
- ความผิดทางอาญา (กกต.)
มาตรา85 ความผิดคือการมีรหัสที่ทำให้รู้ว่าใครเลือกใคร ถือว่าทำลายหลักการ "ลับ" ทันที ซึ่งส่งผลให้ การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ (เหมือนกรณีปี 2549 ที่คูหาหันออกด้านนอก)การมี QR code track serial number เดียวกับ user id หรือเลขของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ทำให้เป็นเครื่องมือที่ทำให้ผู้ซื้อเสียงสามารถ พิสูจน์ ได้ว่าคนคนนั้นลงคะแนนให้จริงหรือไม่ มีการจดเลขรหัสบัตรของผู้เลือกพรรคอื่น เป้าหมายทำให้ระบบการซื้อเสียงมีประสิทธิภาพ 100% ในอนาคตทำให้การสลับบัตร สวมสิทธิ์เป็นไปได้อย่างชอบธรรม เพียงแค่รู้เลขรหัส serial number
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157: ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
กกต.มี QR Code และ Barcode ไว้ทำไมคะ?? มีเพื่ออะไระ กกต.ต้องมีคำตอบให้ประชาชน #เลือกตั้งใหม่ทั้งแผ่นดิน #ประชาชน #เลือกตั้ง69 #คุยกับกี้🍊🧡 #ทวงคืนอนาคต
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยติดตามกระบวนการเลือกตั้งและความเคลื่อนไหวทางการเมือง พบว่าเรื่องการใช้ QR Code และบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งกลายเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลในวงกว้างเฉพาะเรื่องความลับในการลงคะแนนเสียง ซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่การเลือกตั้งในระบบประชาธิปไตยทุกประเทศต้องรักษาไว้ การมี QR Code ที่สามารถติดตามรหัส serial number ของผู้ลงคะแนนได้ อาจเปิดโอกาสให้บุคคลหรือหน่วยงานที่ไม่หวังดี สามารถตรวจสอบได้ว่าบุคคลใดลงคะแนนเสียงให้พรรคการเมืองใด ส่งผลให้ความลับของผู้ลงคะแนนถูกทำลายและเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกคุกคามหรือบีบบังคับได้อย่างมาก ทั้งนี้ ยังมีเรื่องปรากฏการณ์การซื้อเสียงที่อาจใช้ประโยชน์จากระบบดังกล่าว โดยการบันทึกและตรวจสอบรหัสที่ทำให้รู้ได้ว่าคนหนึ่งคนลงคะแนนให้กับใครจริง ซึ่งนั่นอาจทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมและทำลายความเสมอภาคในการแข่งขันทางการเมือง ในมุมมองส่วนตัว การเลือกตั้งที่มีความโปร่งใสและรักษาความลับของผู้ลงคะแนนอย่างเข้มงวดเป็นหัวใจสำคัญของประชาธิปไตยที่แท้จริง และควรมีการสอบถามและให้คำอธิบายจาก กกต. อย่างชัดเจนเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต สุดท้ายนี้ เทคโนโลยีควรเป็นเครื่องมือช่วยเสริมความโปร่งใสและความถูกต้องของกระบวนการเลือกตั้ง ไม่ใช่ทางที่จะทำลายความลับและทำให้เกิดการทุจริตหรือการบิดเบือนผลลัพธ์ ซึ่งต้องมีการตรวจสอบกฎหมายและการบริหารจัดการที่เหมาะสมควบคู่กันไปด้วยเสมอ



















