自動翻訳されています。元の投稿を表示する

🔥これをまだやっているなら、自分をDevと呼ばないでください。

1.「コメントなしでコードを書く」

書くとき、私はすべてを理解したと思いました。

しかし、3日後には。。。

それは私たちの過去の見知らぬ人のコードになりました。😭

覚えておいてください:コメント=未来の自分への贈り物

2.「問題を理解せずにコードを解く」

バグを見る→時間内に脳をリフレッシュする→「他に試してみて、もう1つ追加してください。」

最後はプレミアムスパゲッティコードになりました。🍝

感情で問題を解決しないでください。常に原因を理解してください。

3.「怠惰だからといってテストを書かないでください。」

「ほぼ完成したらテストしましょう。」-これはDeadlineが落ちる前のスピーチです。🧨

今日はテストを書いてください。明日は泣かないように。

4.「自分自身を考えずにすべてのAIに頼ること」

「このバグを修正する」と入力して、コード全体を貼り付けてください。

間違いなく通過。。。 ああ、🫠の制作の地獄を通して。

AIは役立ちますが、Devは常に最初に何をするかを理解する必要があります。

5.「健康管理なし」

朝起きて、水の代わりにコーヒーを飲みましょう。

多くのコミットメントを得ましたが、無料で枕を手に入れました。

どんなにコードが良くても、Devがそれを生きる力を持っていなければ。

「良い開発はフレームワークで測定されるのではなく、寺院で測定されるのは問題時の習慣です。」

あなたは何者ですか。。。 まだやってる?

#Devは知っている必要があります #タイ人プログラマー #開発ライフ #辞任する #Q&A

2025/11/8 に編集しました

... もっと見るถ้าคุณกำลังค้นหาเรื่อง “ตำแหน่งโปรแกรมเมอร์” แล้วรู้สึกว่างาน Dev มันกว้างจนเลือกไม่ถูก อันนี้คือภาพรวมแบบที่ฉันเคยใช้ทำความเข้าใจตอนหางาน + เช็กลิสต์นิสัยการทำงานที่ทำให้เรา “ดูเป็นมืออาชีพ” มากขึ้น (ไม่ใช่แค่เขียนโค้ดได้) 1) ตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ที่เจอบ่อย ๆ (และต่างกันตรงไหน) - Frontend Developer: โฟกัสหน้าบ้าน/ประสบการณ์ผู้ใช้ เช่น UI, state, performance บนเว็บหรือแอป สิ่งที่โดนถามบ่อยคือการจัดการ component, การเรียก API, และการ debug หน้าจอ - Backend Developer: ดูแลหลังบ้าน เช่น API, database, auth, scalability ความเสถียรของระบบ และการแก้บั๊กแบบตามรอย log - Full-stack Developer: ทำได้ทั้งหน้าและหลัง แต่ความคาดหวังมักคือ “ทำงานได้ครบวงจรในขอบเขตหนึ่ง” ควรชัดเจนว่าเราถนัดฝั่งไหนมากกว่า - QA / Test Engineer: ทำให้ระบบพัง “อย่างมีเหตุผล” เพื่อกันพังในโปรดักชัน เน้น test case, automation, regression และร่วมมือกับ Dev เพื่อคุณภาพงาน - DevOps / SRE: ดู deployment, CI/CD, monitoring, incident response ทำให้ปล่อยของได้เร็วและปลอดภัย - Mobile Developer: โฟกัส iOS/Android เรื่อง lifecycle, performance, build pipeline และการดีบักบนเครื่องจริง 2) อ่านประกาศงานตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ยังไงไม่ให้หลง ฉันจะดู 3 ส่วนนี้ก่อน: (1) งานที่ทำทุกวัน (responsibilities) (2) สิ่งที่ต้องทำได้จริง (must-have) (3) เครื่องมือที่ “มีไว้ใช้” ไม่ใช่ “ต้องเทพ” (nice-to-have) แล้วจับคู่กับโปรเจกต์ที่เราเคยทำ เพื่อเล่าเป็นเรื่องเป็นราวได้ 3) เช็กลิสต์นิสัย Dev ที่ทีมส่วนใหญ่ให้คะแนนสูง (ต่อยอดจากโพสต์นี้) - คอมเมนต์/เอกสารแบบพอดี: ไม่ต้องเขียนทุกบรรทัด แต่เขียนเหตุผลของการตัดสินใจ (why) จะช่วยตัวเองและคนอื่นมาก - แก้บั๊กแบบมีขั้นตอน: ทำซ้ำให้ได้ → เก็บหลักฐาน (log/stack trace) → หาสาเหตุ → แก้ → ใส่ test กันพังซ้ำ - เขียน test เท่าที่คุ้ม: เริ่มจากส่วนที่พังแล้วกระทบผู้ใช้ก่อน เช่น validation, calculation, business logic แล้วค่อยขยับไป integration/e2e - ใช้ AI ให้ปลอดภัย: ใช้ช่วยอธิบาย/ยกตัวอย่างได้ แต่ก่อน paste ควรถามตัวเองว่า “โค้ดนี้ทำอะไร, edge case คืออะไร, มี test ไหม” โดยเฉพาะงานโปรดักชัน - ดูแลสุขภาพเพื่อระยะยาว: งาน Dev ต้องใช้สมาธิ ถ้านอนน้อย/กาแฟแทนน้ำ สุดท้าย productivity ตกและบั๊กเพิ่มแบบไม่รู้ตัว 4) ถ้ากำลังเลือกตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ให้เริ่มยังไง ลองเลือกจาก “สิ่งที่สนุกเวลาทำ” มากกว่า framework เช่น ชอบทำหน้าจอ/UX → frontend, ชอบตรรกะ/ข้อมูล → backend, ชอบคุณภาพและการจับผิด → QA, ชอบระบบและการปล่อยงาน → DevOps แล้วทำโปรเจกต์เล็ก ๆ ให้มีหลักฐาน (Git, README, วิธีรัน, และ test ขั้นต่ำ) สรุปคือ ตำแหน่งโปรแกรมเมอร์มีหลายทาง แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นสายไหน “Dev ที่ดี” มักชนะด้วยนิสัยเวลาเจอปัญหา: อธิบายได้ แก้เป็นขั้นตอน มี test เท่าที่จำเป็น ใช้ AI แบบคิดเอง และดูแลสุขภาพให้ไหวระยะยาว