Freight ไม่ได้เลือกจาก‘ถูกหรือเร็ว’ แต่เลือกจากจังหวะธุรกิจ👌🏻✅

ตอนเราเข้ามาดูเรื่องขนส่งครั้งแรก เราก็คิดง่าย ๆ เหมือนหลายคนเลยว่า

✈️ เครื่องบินเร็วกว่าก็ดีกว่าไหม?

🚢 เรือถูกกว่าก็รอสิ ประหยัดกว่าแน่นอน

แต่พอทำจริงถึงรู้ว่า มันไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ “เร็วหรือถูก”

มันขึ้นอยู่กับว่า ของล็อตนั้น “เรารีบใช้แค่ไหน”

1️⃣ ถ้าของต้องเข้าเพื่อปิดดีล หรือต้องเติมสต๊อกด่วน ต้องยอมรับเลยนะคะว่า “ความรีบมีราคา”

2️⃣ ถ้าของล็อตนั้น “หนักมาก”แล้วส่งแบบเครื่องบิน = เตรียมใจเรื่องต้นทุนได้เลยค่ะ 😱

(✈️ Air = คิดจาก “น้ำหนักที่สายการบินเสียพื้นที่”

*กรณียาวเกิน4เมตร สายการบินบางเจ้าจะจัดเป็น Freighter only (Cargo aircraft) ซึ่ง Rate ก็จะสูงขึ้น เพราะมันไม่สามารถโหลดใต้ท้องเครื่อง passenger plane ได้*

🚢 Sea = คิดจาก “พื้นที่ในตู้ที่สินค้าเราวางอยู่”)

แต่ถ้ามีเวลา แนะนำให้ส่งเรือเถอะค่ะ ถูกกว่ามากจริงๆ แต่ก็ต้องคำนวณปริมาณที่สั่งมาดีๆนะคะ เพราะส่งทางเรือแน่นอนว่าเราก็คงจะสั่งเยอะกัน ต้องคำนึงว่าสั่งให้ต้นทุนไม่จมค่ะ

3️⃣ อันนี้สำคัญมากก‼️ ช่วงที่ค่าขนส่งพุ่งแรงมากคือ ช่วงธันวาคม–มกราคม โดยเฉพาะยุโรป หลายบริษัทปิดคริสต์มาสตั้งแต่ต้นธันวา กลับมาทำงานจริงจังอีกทีสัปดาห์ที่ 2 ของมกราแล้ว ถ้าวางแผนพลาด = ดีเลย์ + ค่าขนส่งพุ่ง + เสียโอกาสขาย

ความเร็วมีราคา ความช้าเองก็มีต้นทุนนะคะ วางแผนดีมีชัยไปกว่าครึ่งค่ะ💞🤟🏻

#ขนส่งสินค้า #โลจิสติกส์ #ศัพท์น่ารู้ #การตลาด #ชีวิตพนักงานออฟฟิศ

2/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้า พบว่า การเลือกวิธีขนส่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยเฉพาะหากเราต้องการบริหารจัดการต้นทุนและเวลาส่งสินค้าให้มีประสิทธิภาพ บางครั้งไม่ได้หมายความว่าเครื่องบินจะดีที่สุดเสมอไป หรือเรือจะถูกที่สุดเสมอ เพราะต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์และลักษณะของสินค้าที่ต้องการส่งด้วย ตัวอย่างเช่น หากธุรกิจมีความจำเป็นต้องใช้สินค้าเร็วและต้องปิดดีลทันที การเลือกส่งทางเครื่องบินที่เร็วกว่าก็เหมาะสม แม้จะมีต้นทุนที่สูง แต่โอกาสที่จะช่วยปิดการขายและรับรู้รายได้ได้เร็วก็จะมากตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม หากสินค้าเป็นล็อตใหญ่และไม่ได้รีบร้อนมาก การใช้บริการขนส่งทางเรือจะช่วยประหยัดต้นทุนได้เยอะ เนื่องจากคำนวณราคาแบบคิดตามพื้นที่โดยแท้จริง อีกทั้งหากเราวางแผนการสต็อกสินค้าให้เหมาะสม ก็จะไม่ทำให้ทุนจม หรือมีของค้างสต็อกเยอะเกินไป นอกจากนี้ ช่วงเวลาปีใหม่หรือเทศกาลคริสต์มาส ก็มักจะเป็นช่วงที่ค่าขนส่งพุ่งสูงขึ้นมาก เพราะผู้ประกอบการหลายรายหยุดยาวหรือมีความต้องการขนส่งสูง การวางแผนล่วงหน้าและเตรียมการตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม มีส่วนช่วยลดต้นทุนและป้องกันปัญหาความล่าช้า หรือเสียโอกาสในการขายได้ สิ่งสำคัญที่อยากเน้นคือ ควรประเมินสถานการณ์ธุรกิจและความต้องการใช้งานสินค้าเป็นหลัก อย่าตัดสินใจเลือกขนส่งจากแค่ความถูกหรือเร็วเท่านั้น เพราะ "จังหวะธุรกิจ" และการบริหารจัดการอย่างรอบคอบเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างกำไรและความยั่งยืนให้ธุรกิจของคุณ ท้ายที่สุด การเลือกขนส่งเหมาะสมยังช่วยลดความเสี่ยงเรื่องต้นทุนไม่คาดฝัน และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีแผนสำรองและจัดการดีแค่ไหน ซึ่งสิ่งที่ผู้ประกอบการจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงคือ ความเร็วมีต้นทุน ความช้าเองก็มีค่า ทั้งสองอย่างต้องหาจุดสมดุลที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจของตัวเอง