Automatically translated.View original post

Do health insurance at 26 ✨ necessary?

Make a life insurance policy as a gift for yourself. At the age of 26, many people may think that life insurance is not important, but life is not really certain. The future does not know what our health will be. Maybe there is an emergency. We think that insurance can help us. On the day we are healthy, we do not want to be a burden on the back. If one day we are sick, we need to rush to spend money. In this part, insurance can help us. We used to think that it is nonsense. Why waste money? In fact, we are quite sick often. Go to a doctor who still uses 30 ฿. Not good. Yes, but sometimes we would like to receive treatment without waiting for a long time. Want to treat private at different services, fast treatment, do not wait. For us, I think that if there is enough money in the insurance premium, it is more reassuring. This is just the first year, I do not know which year to shoot. This one has to watch for a long time. 😂 As for the claim, I have to wait and see for a long time. The company we are doing, what will be the matter of the claim, but we do not want to get sick. However, there is better peace of mind insurance (young age, the allowance is not high). Our is done at an allowance of 28,498 ฿/ year. The allowance increases in all ages. Lately, many people have turned to health insurance because health is very important to our lives and the matter of medical care. Today is quite high. Many ailments. Anyone who has the capital to do it, choose what we are sure and think yes.# Life and health insurance # Working age insurance # Paid health insurance # Health insurance # Welcome 2026

1/6 Edited to

... Read moreหลังจากได้ “เล่มกรมธรรม์” มาใหม่ๆ เราตื่นเต้นมาก แต่ก็แอบงงเหมือนกันว่าเล่มนี้ต้องดูอะไรบ้าง กลัวจ่ายเบี้ยไปแล้ววันหนึ่งเคลมจริงจะพลาดเพราะอ่านไม่ละเอียด เลยสรุปสิ่งที่เราไล่เช็กใน “ใบกรมธรรม์ ประกันชีวิต” และเล่มกรมธรรม์ FWD (รวมถึงใครที่สนใจแพ็กเกจแนวออมทรัพย์อย่าง fwd for saving 20/10 ก็ใช้แนวทางเดียวกันได้) เผื่อเป็นเช็กลิสต์ให้เพื่อนๆ ค่ะ 1) หน้าสรุปความคุ้มครองและ “ทุนประกัน” เปิดเล่มกรมธรรม์แล้วให้หา “สรุปความคุ้มครอง” ก่อนเลย ว่าคุ้มครองอะไรบ้าง (ชีวิต/สุขภาพ/อุบัติเหตุ/โรคร้าย ฯลฯ) และทุนประกันเท่าไร เราดูเพื่อให้แน่ใจว่าตรงกับที่คุยกับตัวแทน และตรงกับความต้องการจริงๆ เพราะบางทีเราจำรายละเอียดผิดได้ค่ะ 2) เบี้ยประกันภัยและรอบชำระ ของเราเบี้ยอยู่ที่ 28,498 บาท/ปี และในเล่มจะมีตารางบอกช่วงอายุที่เบี้ยปรับเพิ่มด้วย แนะนำให้เช็กว่า “จ่ายรายปี/รายเดือน” และวันตัดชำระคือวันไหน จะได้วางแผนเงินไม่ให้หลุด โดยเฉพาะคนวัยทำงานที่รายจ่ายเยอะ 3) ชื่อ-นามสกุล เลขบัตร วันเกิด ผู้เอาประกัน/ผู้ชำระเบี้ย/ผู้รับผลประโยชน์ จุดนี้สำคัญมากค่ะ เราเช็กตัวสะกดทุกตัวอักษร เพราะถ้าข้อมูลผิดต้องรีบแจ้งแก้ไข และที่สำคัญคือ “ผู้รับผลประโยชน์” ต้องเป็นคนที่เราตั้งใจจริงๆ จะได้ไม่เป็นปัญหาทีหลัง 4) เงื่อนไขสำคัญ: ระยะรอคอย ข้อยกเว้น และการต่ออายุ ประกันสุขภาพหลายแบบมี “ระยะรอคอย” โรคทั่วไป/โรคร้ายแรงต่างกัน และมี “ข้อยกเว้น” บางอย่าง เช่น โรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน หรือการรักษาที่ไม่เข้าเงื่อนไข เราอ่านตรงนี้ละเอียด เพราะเป็นจุดที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเคลมได้ทุกกรณี 5) ช่องทางติดต่อและหลักฐานที่ควรเก็บ ในบัตร/เอกสารของ FWD จะมีเบอร์ติดต่อ และบางครั้งมีช่องทางออนไลน์ แนะนำให้ถ่ายรูปเก็บไว้ในมือถือ เผื่อฉุกเฉินหาเล่มไม่เจอ ส่วนเล่มจริงเราเก็บในซองกันชื้น และบอกคนในบ้านว่าหยิบได้จากไหน 6) ถ้าสนใจ fwd for saving 20/10 ต้องดูอะไรเพิ่ม? ถ้าเป็นสายออมทรัพย์ 20/10 (จ่าย 20 ปี คุ้มครอง 10 ปี/หรือรูปแบบตามแผนจริง) ให้ดู “ตารางผลประโยชน์” ว่าเงินคืน/ครบกำหนด/มูลค่าเวนคืนเป็นเท่าไรในแต่ละปี และมีเงื่อนไขหยุดจ่ายหรือเวนคืนยังไง เราว่าดูตัวเลขในตารางช่วยตัดสินใจได้มากกว่าแค่คำว่าออมค่ะ สุดท้าย จากประสบการณ์วัย 26 ของเรา การได้เล่มกรมธรรม์มาแล้วอ่านจริงๆ ทำให้สบายใจขึ้นเยอะ รู้ว่าจ่ายเพื่ออะไร และถ้าจำเป็นต้องใช้สิทธิ์รักษา (โดยเฉพาะเอกชนที่ไม่อยากรอนาน) จะได้เตรียมตัวถูกทาง ใครเพิ่งได้ “เล่มกรมธรรม์ FWD” มาใหม่ ลองไล่เช็กตามนี้ก่อนเก็บเข้าที่นะคะ