Automatically translated.View original post

Chinese girl 🇨🇳 skinny puppet trick with tea!?

5/24 Edited to

... Read moreหลายคนเสิร์ชว่า “ชาจีนลดน้ำหนัก” ได้จริงไหม ส่วนตัวมองว่าชาจีนไม่ได้ทำให้ผอมแบบปาฏิหาริย์ แต่ช่วย “คุมพฤติกรรม” และ “ลดบวมน้ำ” ได้ดี โดยเฉพาะวันที่กินเค็ม/บวมโซเดียม หรือรู้สึกท้องอืดตัวบวม ใส่เสื้อผ้าแล้วอึดอัด ๆ สิ่งที่ฉันสังเกตจากการดื่มชาเป็นประจำ - เช้าหรือหลังมื้ออาหาร จะรู้สึกเบาท้องขึ้น ลดความแน่นท้อง/ท้องอืด - วันที่กินเค็มจัด ๆ จะช่วยให้ความบวมลดลง (เช่น หน้าบวม ตัวบวม) - เวลาอยากของหวาน/ของมัน การจิบชาร้อน ๆ ทำให้หาย “เลี่ยนอาหาร” และช่วยหยุดการกินจุกจิกได้ง่ายขึ้น แนะนำวิธีดื่มให้เข้ากับคนที่ตั้งใจคุมน้ำหนัก 1) ดื่มหลังอาหาร 20–30 นาที: เหมาะกับคนที่ท้องอืดง่ายและอยากลดความเลี่ยน (อย่าดื่มทันทีหลังอาหารถ้ากระเพาะไว) 2) ดื่มช่วงบ่ายแทนเครื่องดื่มหวาน: ช่วยลดแคลอรีจากชานม/น้ำอัดลมได้เยอะมาก จุดนี้ทำให้ “น้ำหนักลง” ได้จริงกว่า 3) วันที่บวมโซเดียม: ดื่มอุ่น ๆ ตลอดวันแบบไม่เข้มเกิน และดื่มน้ำเปล่าตามให้พอ (ฉันจะไม่ดื่มเข้มมากจนใจสั่น) ถ้าเลือกชาสไตล์จีน/ชาผสมผลไม้ ควรดูส่วนผสมยังไง - กลุ่มชาอู่หลง: กลิ่นหอม ดื่มง่าย เหมาะกับสายคุมของหวาน/ของมัน - กลุ่มพลัม/ซานจา (ฮอว์ธอร์น): หลายคนชอบเพราะช่วยตัดเลี่ยนและรู้สึกสบายท้อง - กลุ่มข้าวบาร์เลย์/ลูกเดือย: แนวเบา ๆ ดื่มได้เรื่อย ๆ เหมาะกับวันที่อยากซัพพอร์ตความสบายท้อง - ถ้าเป็นถุงชา เลือกแบบวัสดุปลอดภัย เช่น ถุงชาเส้นใยข้าวโพด เพื่อลดความกังวลเรื่องไมโครพลาสติก ข้อควรระวังที่อยากบอกกันตรง ๆ - ชาบางชนิดมีคาเฟอีน (เช่น อู่หลง) คนไวต่อคาเฟอีนอาจนอนไม่หลับ ใจสั่น ควรเลี่ยงช่วงเย็น - อย่าหวังผล “ลดน้ำหนัก” จากชาอย่างเดียว ให้โฟกัสที่การลดน้ำหวาน ลดเค็ม และกินให้เป็นเวลา จะเห็นผลชัดกว่า - หากมีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือทานยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะผลิตภัณฑ์เป็นอาหารทั่วไป ไม่ใช่ยา สรุปในมุมฉัน: ชาจีนช่วยคุมน้ำหนักได้ทางอ้อม โดยช่วยลดบวม ท้องอืด ตัดเลี่ยน และทำให้เราเลือกกินง่ายขึ้น ถ้าดื่มคู่กับการลดหวาน-เค็มและขยับร่างกายนิดหน่อย จะเห็นความต่างชัดที่สุดค่ะ