Automatically translated.View original post

Oh, FULI, he made a new Goa Sama. ‼️

3/15 Edited to

... Read moreหลังจากลอง FULI Gua Sha Pro (กัวซาไฟฟ้า) อยู่พักนึง ขอมาเสริมรายละเอียดแบบคนใช้จริง เผื่อใครกำลังชั่งใจจากคีย์เวิร์ด “fuli gua sha pro” เหมือนกันค่ะ สิ่งที่รู้สึกชัดคือ “ความต่างของฝั่งที่ใช้กับฝั่งที่ไม่ใช้” ตอนทำทันที โดยเฉพาะวันที่หน้าบวมๆ จากนอนน้อยหรือกินเค็ม พอไล่กัวซาตามกรอบหน้าและใต้คาง ฝั่งที่ทำจะดูตึงขึ้นและหน้าดูเฟรชกว่า (ไม่ใช่หน้าเปลี่ยนถาวรในครั้งเดียว แต่เป็นฟีลยก+ลดบวมแบบเห็นได้) ส่วน EMS จะมีอาการหน้ากระตุกเบาๆ ตามระดับที่เราเลือก อันนี้ให้ความรู้สึกเหมือนทำทรีตเมนต์ที่บ้านจริง ทริคที่ทำให้ใช้แล้ว “จึ้ง” ขึ้นสำหรับเรา 1) ต้องมีสลิป: ก่อนใช้ให้ทาเซรั่ม/เจล/ออยล์ที่ช่วยให้หัวเครื่องลื่น ไม่งั้นจะรู้สึกเสียดผิวและอาจระคายเคืองได้ (โดยเฉพาะคนผิวแพ้ง่าย) 2) แรงไม่ต้องสุด: เริ่มจากระดับเบาๆ ก่อน ทั้งความแรง EMS และแรงกดมือ กัวซาที่ดีคือค่อยๆ ไล่ ไม่ใช่กดจนเจ็บ 3) ทำตามทิศทาง: เราจะไล่จากคอขึ้นกรอบหน้า จากมุมปากขึ้นโหนกแก้ม และจากคิ้วขึ้นหน้าผาก เน้น “ขึ้นและออกด้านข้าง” เพื่อให้ดูเหมือนยกกระชับ 4) ทำสม่ำเสมอ: ถ้าถามว่า fuli gua sha pro ใช้บ่อยแค่ไหน เราทำประมาณ 3–5 วัน/สัปดาห์ ครั้งละ 5–10 นาที พอครบ 2–3 สัปดาห์จะรู้สึกว่าหน้าดูไม่โทรมง่าย และเมคอัพติดดีขึ้น ข้อควรระวังเล็กๆ (กันพลาด) - ถ้ามีสิวอักเสบหนักๆ แผลสด ผิวลอก หรือเพิ่งทำหัตถการมา ให้พักก่อน - อย่าทับบริเวณต่อมไทรอยด์ตรงคอ และอย่ากดซ้ำๆ จุดเดิมนานเกินไป - หลังใช้เช็ดหัวเครื่องให้สะอาดทุกครั้ง จะได้ไม่สะสมคราบสกินแคร์ สรุปในมุมเรา: ถ้าอยากได้เครื่องแนว “ตัวเดียวครบ” สำหรับนวดหน้า+ฟีลยกกระชับ+ช่วยคลายบวม FULI Gua Sha Pro เป็นไอเท็มที่หยิบใช้ได้บ่อย และความว้าวคือ EMS ที่ทำให้รู้สึกว่ากำลังทำทรีตเมนต์จริงๆ ที่บ้านค่ะ