Automatically translated.View original post

Reasons to like taking the 2nd floor train repeatedly

5/16 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังลังเลว่า “รถไฟชั้น 2” น่านั่งจริงไหม เราขอเล่าประสบการณ์แบบคนขึ้นซ้ำๆ ว่ามันตอบโจทย์ทั้งความชิลและความคุ้มแบบที่การเดินทางอื่นให้ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะสายชอบดูวิวจากหน้าต่าง—ช่วงพระอาทิตย์ตกคือสวยมาก เห็นทุ่งนา ต้นไม้ และท้องฟ้าสีส้มไหลไปเรื่อยๆ แบบไม่ต้องรีบ ทำให้การเดินทางกลายเป็นส่วนหนึ่งของทริป ไม่ใช่แค่การย้ายที่ เรื่องที่หลายคนถามบ่อยคือเลือก “เตียงล่าง” หรือ “เตียงบน” ดี? ส่วนตัวเราชอบเตียงล่างเพราะขึ้นลงง่าย นั่งเอนหลังได้สบาย และรู้สึกโปร่งกว่า เวลาจะหยิบของหรือมองออกหน้าต่างทำได้สะดวก แต่เตียงบนก็มีข้อดีคือเป็นส่วนตัวขึ้นอีกนิดและราคามักเบากว่า (ตามที่เราเจอประมาณ เตียงล่าง 1,105 บาท เตียงบน 1,005 บาท) ใครเมารถง่ายอาจเลือกเตียงล่างเพราะรู้สึกนิ่งกว่าเล็กน้อย การจองผ่านแอป D-Ticket สะดวกมาก แนะนำให้จองล่วงหน้าช่วงวันหยุดยาว เพราะเตียงเต็มไว โดยเฉพาะเส้นทางยอดฮิตอย่างกรุงเทพฯ–หาดใหญ่ ถ้าอยากได้เตียงล่างจริงๆ ให้เลือกวันและรอบที่ยืดหยุ่นหน่อย โอกาสเจอที่นั่งตามใจจะมากขึ้น บนขบวนมีตู้เสบียงอาหาร สั่งมากินที่ที่นั่ง/เตียงได้เลย ข้อดีคือไม่ต้องตุนของเยอะ แต่เรามักเตรียมของว่างกับน้ำเพิ่มนิดหน่อย เผื่อหิวตอนดึกๆ บางรอบมีแจกน้ำดื่มคนละ 1 ขวดด้วย (เจอแล้วรู้สึกดีมาก) และอีกอย่างที่ประทับใจคืออุปกรณ์บนตู้นอน: มีไฟอ่านหนังสือและปลั๊กไฟสำหรับชาร์จมือถือ/อุปกรณ์ ทำให้ไม่ต้องกังวลแบตหมดระหว่างทาง ไฮไลต์ของการนั่งรถไฟชั้น 2 สำหรับเราคือ “ของกินระหว่างทาง” ถ้าเจอก๋วยเตี๋ยวราชบุรีราคา 10 บาท อยากให้ลองจริงๆ อร่อยแบบเรียบง่าย กินบนรถไฟแล้วฟีลดีขึ้นอีกเท่าตัว ทริคเล็กๆ คือพกทิชชู่เปียก/แอลกอฮอล์เจลติดตัว และจัดกระเป๋าให้หยิบง่าย เพราะพื้นที่บนเตียงไม่ได้กว้างมาก สรุปเลย รถไฟชั้น 2 เหมาะกับคนที่อยากเดินทางสบายๆ ชอบดูวิว ชอบบรรยากาศบนขบวน และอยากได้ประสบการณ์เดินทางที่ “สนุกตั้งแต่ยังไม่ถึงที่หมาย” ถ้าได้ลองสักครั้ง มีโอกาสติดใจเหมือนเราแน่นอน