Automatically translated.View original post

How to find a clinical dermatologist vs a hospital is different to a clinic?🤔🍋

40 + people like us and facial operations are normal.

.

Normally, we have acne like this. Press by yourself. Wait!! But, but, so, so, so enough, 40 +

You!!!!I can't press it anymore. I can't see it.

Its face is scratched. 😱

.

The marks are more traumatic than the acne itself because before it heals, in summary, go to the doctor at the clinic to press it so you don't have to treat the marks.

.

Most recently, I pressed around. Hey, why does the acne not disappear once?

So it was a black spot, so I went to the hospital at the dermatology department.

.

It's very good. 🤩 I like it!!!

Service and class prices are reasonable, accidentally better than going to the clinic, not selling, of course, live, crammed, really like it.

.

In summary, if it is something that needs to be laser cysts, moles, go to the hospital. Introduce to the dermatology department, Siriraj Pii Maharaj Hospital. Very good. Have to reserve the queue in advance. Very good price. 🥰

.

P.S. Just made a co2 laser today. The position is done. Shoot a rock pimple on the eyelid, a mole under the nose, a jaw cyst on the plaster.

Fresh face photo. No Fuser wants friends to see the taper of the review. 🤣

.

Anyone who has a DEA, find a dermatologist, have something good to share with you. We can't stop being beautiful. 😎

# Trending # Acne # Drug sign with lemon8 # 40 plus is not convenient # One post a day

2025/9/23 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังลังเล “หาหมอผิวหนังที่ไหนดี” ระหว่างคลินิกกับโรงพยาบาล เราขอสรุปแบบคนเคยลองแล้วนะ (โดยเฉพาะวัย 40+ ที่ผิวทิ้งรอยง่ายมาก) 1) เคสแบบไหนไปคลินิกได้ / เคสไหนควรไปโรงพยาบาล - คลินิกเหมาะกับงานดูแลทั่วไปที่เรารู้ปัญหาชัดๆ เช่น กดสิวแบบมาตรฐาน ทำทรีตเมนต์เบาๆ หรือปรึกษาสกินแคร์เบื้องต้น (แต่ต้องเลือกร้านที่สะอาดและทำโดยผู้เชี่ยวชาญ) - โรงพยาบาล/แผนกโรคผิวหนัง เหมาะมากกับเคสที่ “ดูไม่ชัวร์” หรือมีความเสี่ยง เช่น สิวที่เหมือนจะเป็นก้อน/ซีสต์ ไฝที่อยากเช็กความผิดปกติ สิวหินแถวเปลือกตา หรืองานเลเซอร์ที่ต้องประเมินละเอียด เพราะได้ตรวจแบบเป็นระบบและมีทางเลือกการรักษาหลายแบบ 2) เรื่องราคาและการขายคอร์ส จากประสบการณ์ส่วนตัว เรารู้สึกว่าหาหมอผิวหนังในรพ.บางที่ราคาสมเหตุสมผลกว่าที่คิด โดยเฉพาะหัตถการเฉพาะจุด (เช่น เลเซอร์ CO2 ยิงไฝ/สิวหิน/ซีสต์) และที่เราชอบคือไม่ค่อยมีฟีล “โดนยัดเยียดคอร์ส” ถ้าใครไม่ถนัดการตัดสินใจหน้างาน โรงพยาบาลจะสบายใจกว่า 3) ถ้าจะไป “หมอผิวหนัง จุฬา/รพ.ใหญ่” ควรเตรียมตัวยังไง - จองคิวล่วงหน้า: รพ.ใหญ่คิวแน่น แนะนำโทร/จองออนไลน์ (ถ้ามี) แล้วเผื่อเวลาเดินทางและรอคิว - เตรียมรูป/ไทม์ไลน์อาการ: ถ่ายรูปก้อน/สิว/ไฝไว้เป็นช่วงๆ จะช่วยหมอประเมินได้ไว - ลิสต์ยาที่ใช้: โดยเฉพาะยาทาสิว ยากลุ่มกรด วิตามินเอ (เรตินอยด์) หรือครีมที่เคยแพ้ - ถามให้ชัดก่อนทำ: แผลจะเป็นแบบไหน ต้องแปะพลาสเตอร์กี่วัน ต้องทายาฆ่าเชื้อ/eye ointment ตรงไหนได้บ้าง และต้องเลี่ยงอะไร 4) หลังเลเซอร์ CO2 / หลังยิงไฝ-สิวหิน-ซีสต์ ดูแลยังไงให้รอยน้อย - กันแดดจริงจัง (สำคัญสุด): แดดทำให้รอยเข้มง่ายมาก โดยเฉพาะช่วงกำลังสร้างผิวใหม่ - อย่าแกะสะเก็ด/อย่าขัดถู: เราเคยพลาดแล้วรอยอยู่นานกว่าเดิม - ทำแผลตามที่หมอให้: บางตำแหน่งต้องทายาและปิดแผล บางจุดต้องปล่อยให้แห้ง—ทำตามคำแนะนำเฉพาะเคส 5) ถ้าเจอชื่อหมอในกูเกิล (เช่น ปุณยวีร์ อ่องศรี) ควรเช็กอะไรเพิ่ม ชื่อหมอที่คนค้นหาเยอะอาจหมายถึงรีวิวเยอะหรือคนไปหาจริง แนะนำดูประกอบกันทั้งวันตรวจ ตารางคิว ช่องทางจอง และประสบการณ์คนไข้ที่เคสใกล้เคียงเรา (สิวซีสต์/ไฝ/สิวหิน/เลเซอร์) จะช่วยตัดสินใจได้แม่นขึ้น สรุปสไตล์เรา: ถ้าเป็นเคสที่ “ต้องวินิจฉัย/ต้องทำหัตถการเฉพาะจุด” ไปโรงพยาบาลแผนกผิวหนังแล้วสบายใจสุด ส่วนคลินิกให้เหมาะกับงานดูแลทั่วไปที่เชื่อมือได้ ใครมีทริคเลือกหมอผิวหนังหรือประสบการณ์จุฬา/รพ.อื่นๆ มาแชร์กันได้นะ