LA ROCHE-POSAY TAKE THE LITTLE💙🍋
LA ROCHE-POSAY
This comes to include the cream used.
This one bought by myself every piece.
No sponsor.
.
Bring to see because every good
Anyone with a skin problem wants it.
1.CICAPLAST BAOM B5 +
This one, Mass. But it's really good.
You can apply it from face to body. This one is good at laser wounds and adds bitterness.
2.LIPKAR BAOM AP + M
This one is sold in the hospital because it is an exclusive medical formula, because at that time our skin was rash, we went to the hospital, so we bought it at the hospital. This one, people who treat irradiation or very allergic skin, have to go to the hospital. But if the official store can have a common formula, I think from the offical store, it's fine.
3. Our hands were bitten by nail polish remover, the finger skin was dropped, so we used this one and it was good because there is a good nourishing ingredient for your favorite hand, no perfume, because most of the time, the hand cream is mixed with perfume.
4.CICAPLAST BAOM B5 + small tube for carrying
📍 Coordinates: Cream, link, La roche-posay, all under profile, beauty & skincare. Go and press.
# 40 plus is not convenient # Howtobeauty # skincareroutine # lemon 8 Box # larocheposayth
หลายคนอาจรู้จัก La Roche-Posay จากไลน์ Effaclar (โดยเฉพาะตัวที่คนชอบค้นหาอย่าง Effaclar Mat) เราเองก็เคยอยู่ทีม “หน้ามัน+สิวอุดตันง่าย” มาก่อน เลยขอมาเสริมจากประสบการณ์ส่วนตัวว่า ถ้าจะให้รูทีนเวิร์กจริง ไม่ได้มีแค่คุมมันอย่างเดียว แต่ต้องบาลานซ์ “คุมมัน + ซ่อมผิว” ไปพร้อมกันด้วย ถ้าคุณกำลังเล็ง Effaclar Mat อยู่: เนื้อจะช่วยให้ผิวดูแมตต์และลดความมันระหว่างวัน เหมาะกับคนที่แต่งหน้าแล้วเยิ้มง่ายหรืออยากให้เมคอัพติดทนขึ้น แต่สิ่งที่เราสังเกตคือ ถ้าใช้ช่วงที่ผิวบาง/แห้งลอก/ระคายเคือง (เช่น หลังลองกรดผลัดผิว, สิวกำเริบ, หรือช่วงแพ้) บางคนอาจรู้สึกตึงหรือเป็นขุยได้ง่ายกว่าเดิม เพราะฉะนั้นทริคของเราคือ “ใช้ Effaclar Mat เฉพาะจุดที่มันมาก” เช่น T-zone แล้วตามด้วยมอยส์ที่ปลอบประโลมผิวในส่วนที่แห้ง ตัวที่ช่วยพยุงผิวในวันที่ผิวพังคือกลุ่มซ่อมผิวอย่าง CICAPLAST BAUME B5+ (ในรูปมีคำว่า B5+ และทาได้ทั้งหน้าและตัว) เราชอบเอาไว้ทาหลังล้างหน้าในคืนที่หน้าเริ่มแดง แสบ หรือมีรอยจากการกดสิว/เลเซอร์ เนื้อค่อนข้างเข้มข้น แต่ถ้ากลัวหนักหน้าให้วอร์มที่ฝ่ามือแล้วกดบางๆ หรือใช้เป็น “แต้มเฉพาะจุด” บริเวณที่แห้งลอก จะรู้สึกว่าผิวสงบไวขึ้น สำหรับคนผิวตัวแห้งมาก คัน เป็นผื่นง่าย หรือเป็นสายอาบน้ำอุ่นบ่อยๆ LIPKAR BAUME AP+M เป็นอีกตัวที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นระยะยาว เรามักทาทันทีหลังอาบน้ำตอนผิวยังหมาดๆ จะล็อกความชุ่มชื้นได้ดีกว่า และถ้าวันไหนต้องเจอแอร์ทั้งวัน/ผิวลอก ก็ทาซ้ำบางๆ ระหว่างวันได้ อีกอย่างที่หลายคนมองข้ามคือ “มือพัง” จากแอลกอฮอล์/น้ำยาล้างเล็บ/ล้างมือบ่อย เราชอบครีมทามือที่ไม่มีน้ำหอม เพราะมือที่ระคายเคืองอยู่แล้วโดนกลิ่นน้ำหอมบางทีแสบเพิ่ม วิธีที่ทำแล้วเห็นผลคือทาครีมหน่อยก่อนนอน แล้วใส่ถุงมือผ้าบางๆ 15–30 นาที ตื่นมามือนุ่มขึ้นแบบรู้สึกได้ สรุปแบบเรา: ถ้าจะรีวิว La Roche-Posay ให้ครบภาพ “คุมมันอย่างเดียวไม่พอ” ให้จับคู่ตัวคุมมัน (อย่าง Effaclar Mat) กับตัวซ่อมผิว (Cicaplast B5+) และตัวทาผิวกาย (Lipikar) แล้วรูทีนจะเสถียรกว่า ผิวดูดีขึ้นแบบยาวๆ ไม่ใช่ดีแค่วันสองวัน
































































