Automatically translated.View original post

📌 This semester... How much is gone?

Near the semester, never just "prepare the baby."

But "account money" must also be prepared. 😊

This year, try to really sit together without thinking.

Can say that... a little shocked

💸 cost two children.

* Tuition: 5,500

* School uniform: 2,400

* Shoes: 390 of the sons really buy almost every year.

* School supplies: 1,500

* Activity / other: 1,500

👉 Total Estimated: 11,290 Baht

And this is "not including daily snacks."

😅. The real thing.

* The eldest chooses by himself = the youngest follows

* Last year... only "I don't want to use" 😂

* Go in and buy a school uniform → Come out the whole store

💡 How to survive this year.

* Set the budget before leaving the house (very important)

* Buy 2 rounds separately, not pay at all

* Some of last year's use = use!

* Select discount mall promotion

🧡 Summary

Opening term = real big expense

But allow... for children to study fully

Mom, how many houses are out?

Let's share so you don't feel alone. 😂

# Trending # Summer # School

# Post receiving a zommer

4/26 Edited to

... Read moreถ้าเป็น “สาวออฟฟิศ” ที่มีลูกวัยเรียน จะเข้าใจเลยว่าเปิดเทอมทีไรเหมือนมีบิลก้อนใหญ่มารอทุกปี แถมไม่ได้จบแค่ค่าเทอม เพราะพอเข้าโซนชุดนักเรียนกับอุปกรณ์การเรียนทีเดียว ของมันชวนหยิบไปหมดจริงๆ เราเลยลองทำเช็กลิสต์แบบคนทำงานที่เวลาไม่เยอะ แต่ต้องคุมงบให้รอด 1) แยกงบ “จำเป็น” กับ “อยากได้” ก่อนออกจากบ้าน ของจำเป็น: ค่าเทอม, ชุดนักเรียน, รองเท้า, ถุงเท้า, กระเป๋า, อุปกรณ์การเรียนหลักๆ ของอยากได้: กล่องดินสอใหม่, สมุดลายน่ารัก, ปากกาสีเพิ่ม, ของสะสมหน้าร้าน ทริคของเรา: ตั้งเพดาน “ของอยากได้” เป็นเงินก้อนเล็กๆ เช่น 200–500 บาท/คน จะได้ไม่รู้สึกว่าห้ามทั้งหมด แต่ก็ไม่หลุดงบ 2) ซื้อช่วงโปรให้คุ้ม (เช็กป้าย ‘ซื้อ 2 แถม 1’ ให้ดี) ช่วงเปิดเทอมหลายห้างมักมีโปรชุดนักเรียน/ถุงเท้า/ชุดพละแบบซื้อเป็นแพ็ก หรือซื้อ 2 แถม 1 ถ้าบ้านไหนลูก 2 คนยิ่งคุ้ม แต่เราจะเช็กก่อนว่า “ขนาด” และ “สีตามโรงเรียน” ตรงไหม ไม่งั้นได้ของถูกแต่ใช้ไม่ได้ก็เสียดาย 3) วิธีคุยกับลูกเรื่องของปีที่แล้วยังใช้ได้ บ้านเราก็เจอเหมือนกัน ของเก่ายังใส่ได้แต่ลูกไม่อยากใช้ เราใช้วิธีให้ลูกลองใส่/ลองใช้จริง แล้วให้เลือก “อัปเกรดได้ 1 อย่าง” เช่น เลือกซื้อรองเท้าคู่ใหม่ หรือกระเป๋าใหม่อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เหลือใช้ของเดิมก่อน เด็กจะรู้สึกได้เลือก และผู้ปกครองคุมงบได้ 4) วางแผนค่าใช้จ่ายรายวัน หลังเปิดเทอม (หลายบ้านลืมบวกตรงนี้) นอกจากก้อนใหญ่วันช้อป ยังมีค่าขนม/ค่าเดินทาง/ค่าอาหารกลางวัน ถ้าเป็นสาวออฟฟิศที่ต้องโอนให้ลูกทุกเช้า แนะนำทำเป็นงบรายสัปดาห์ เช่น โอนทุกวันจันทร์ครั้งเดียว จะเห็นตัวเลขชัดและจัดการง่ายกว่า 5) เช็กลิสต์สั้นๆ กันซื้อเกิน - ชุดนักเรียนกี่ชุดถึงพอซักหมุน? - รองเท้านักเรียน 1 คู่ + รองเท้าพละจำเป็นไหม? - อุปกรณ์การเรียนมีของเหลือจากเทอมก่อนอะไรบ้าง? - ค่ากิจกรรม/สมาคมผู้ปกครองต้องจ่ายเพิ่มหรือเปล่า? สุดท้ายเปิดเทอมเป็นภาระก้อนใหญ่จริง แต่ถ้าเราแบ่งรอบซื้อ ตั้งงบ และใช้โปรให้ถูกจังหวะ ก็ช่วยให้สาวออฟฟิศอย่างเราหายใจโล่งขึ้นเยอะ ใครมีทริคคุมงบเปิดเทอม หรือเจอโปรชุดนักเรียนเด็ดๆ มาแชร์กันได้นะ