EP3: อาลีซาน ชมธรรมชาติ ขึ้นรถไฟ ไต้หวัน วันที่ 3

วันนี้ ตื่นเช้า มาวิ่งชมทะเลสาบ

อากาศดีมาก วิ่งเสร็จ กลับห้อง แช่น้ำร้อน ชมวิวต่อ

ออกจาก Sun Moon Lake 11 โมง

เดินทางต่อไป อาลีซาน

ถึง อุทยานแห่งชาติอาลีซาน ประมาณบ่ายโมง

ร้านอาหารที่นี่ ส่วนใหญ่ เป็นหม้อไฟร้อน

รสชาติไม่จัดมาก

ใครสายชอบกินผัก น่าจะปลื้ม

สำหรับเรา กุ้งทอด อร่อยมาก

กับ Mapo Tofu เต้าหู้นุ่ม ละลายในปาก

กินอิ่ม เดินไปซื้อตั๋วรถไฟ สีแดง ทีใครมาก็ต้องขึ้น

เราไม่เน้นเดิน แค่อยากเก็บบรรยากาศ

เลยซื้อตั๋วแบบ Alishan - Shenmu

จากสถานี อาลีซาน ไปลงที่ สถานี เฉินมู่

ใช้เวลาประมาณ 7 นาที

สำหรับคนทึ่ชอบเดิน ก็จะเดินไปดูต้นไม้ใหญ่

เราแค่อยากเก็บตราประทับ กับ ตั๋วสถานี Shenmu

เพราะดูเป็นบัตรสะสมได้

นั่งกลับมาสถานี อาลีซาน

ที่นี่มีให้ชิมชาด้วย มีชาหลายแบบ ทั้งชาใบ ชาซอง

แวะซื้อชา ราคาแอบแรง แต่ชาดีเลย

สำหรับคนชอบชาจีนหอมๆ ขอแนะนำเลย

เสร็จแล้ว เดินทางต่อไป โรงแรม

เราพักที่ Applause in the Mountain

ตอน Check-in ก็จองอาหารเย็นไว้เลย

เป็น Hot Pot ร้อนๆ กินบนเขา อย่างฟิน

ห้องพักของเราเป็นแบบ Duplex

มีเตียงนอนอยู่ชั้น 2 ได้ความเป็นส่วนตัว

ในห้องมีตู้กดน้ำร้อน ให้ด้วย ดีงามมาก

ตอนไปถึง รร. พระอาทิตย์ กำลังตกพอดี

นั่งชมพระอาทิตย์ตก ริมระเบียง

อากาศดี วิวหลักล้าน

เอาไปเลย 100 เต็ม 10

#alishan #อาลีซาน #ทัวร์ไต้หวัน #Taiwan #เที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเอง

/Alishan

Alishan
1/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังแพลน “อาลีซาน (Alishan) ไต้หวัน” แบบวันเดียวหรือค้างคืน แล้วอยากทำให้ทริปไหลลื่น ไม่เหนื่อยเกินไป เราสรุปทริค + เช็กลิสต์จากวันที่เราไปจริงมาให้ค่ะ (เน้นเก็บไฮไลต์รถไฟสีแดง + บรรยากาศป่าเขา) 1) ควรเผื่อเวลาการเดินทางเข้าอุทยาน อาลีซานอยู่บนเขา การเดินทางจะใช้เวลาพอสมควร และอากาศเปลี่ยนเร็ว แนะนำให้กะเวลาไปถึงช่วงเที่ยง–บ่ายต้นๆ จะกำลังดี เดินเล่นรอบสถานีได้แบบไม่รีบ แล้วค่อยไปเช็กอินโรงแรมก่อนมืด พอพระอาทิตย์ใกล้ตกค่อยหามุมระเบียง/จุดชมวิว จะได้แสงสวยมาก 2) รถไฟป่าอาลีซาน “สีแดง” เลือกเส้นทางให้เหมาะกับสไตล์เรา ไฮไลต์ที่คนมาถึงแล้วต้องทำคือขึ้นรถไฟสีแดงในเขตอุทยาน ถ้าใครไม่ได้เน้นเดินป่า แต่อยากเก็บประสบการณ์แบบน่ารักๆ แนะนำเส้น Alishan–Shenmu เลย ระยะสั้น นั่งไม่นาน (ประมาณไม่กี่นาที) ได้ดูป่าเขียวๆ จากหน้าต่างรถไฟ และที่สำคัญคือได้ “ตั๋ว” สะสมกับ “ตราประทับสถานี Shenmu” เอาไว้เป็นของที่ระลึก โคตรคุ้มสำหรับสายเก็บสแตมป์ 3) จุดเล็กๆ ที่ทำให้สนุกขึ้น: เก็บตราประทับ + เช็กป้ายสถานี หลายสถานีในอาลีซานจะมีมุมประทับตรา แนะนำพกสมุดเล่มเล็กหรือโปสการ์ดไปด้วย (บางคนประทับลงตั๋วเลยก็ได้) แล้วอย่าลืมถ่ายรูปคู่กับป้ายสถานีอาลีซาน เพราะป้ายใหญ่เด่นมาก ฟีลเหมือนมาเช็กอินจริงๆ 4) เรื่องกิน: หม้อไฟอาลีซานเหมาะกับอากาศเย็น โซนนี้ร้านอาหารหลายร้านจะเด่นเรื่องหม้อไฟ/ฮอตพอต เพราะอากาศบนเขาเย็น กินแล้วสบายท้องมาก รสชาติจะไม่จัดจ้านเท่าไทย แต่ข้อดีคือผักเยอะ กินง่าย เราว่าถ้าใครอยากได้เมนูที่ถูกปาก ลองสั่งกุ้งทอด หรือเมนูเต้าหู้มาโป (Mapo Tofu) คือดีมาก เต้าหู้นุ่มๆ กินกับข้าวร้อนๆ ฟิน 5) แวะ “ชิมชา” ก่อนกลับโรงแรม อีกอย่างที่เราเซอร์ไพรส์คือมีร้านให้ชิมชาหลายแบบ ทั้งชาใบและชาซอง ราคาอาจแรงนิด แต่คุณภาพดี กลิ่นหอมชัดมาก เหมาะเป็นของฝากด้วย ถ้าเลือกไม่ถูก ลองชิมก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ จะได้ไม่พลาดรสที่ชอบ 6) ที่พักบนเขา: ทำไมแนะนำให้จองอาหารเย็นเลย ถ้าพักโรงแรมอย่าง Applause in the Mountain (หรือที่พักบนเขาแนวๆ นี้) เราแนะนำให้จองมื้อเย็นตอนเช็กอินไปเลย เพราะตัวเลือกอาหารรอบๆ อาจไม่ได้เยอะเหมือนในเมือง ได้กินฮอตพอตร้อนๆ บนเขาคือเข้ากับบรรยากาศสุดๆ และถ้าห้องเป็นแบบ Duplex จะได้ความเป็นส่วนตัวดีมาก ยิ่งมีตู้กดน้ำร้อนในห้องคือสะดวกสุด 7) เช็กลิสต์ของที่ควรพกไปอาลีซาน - เสื้อกันหนาว/เสื้อกันลม (อากาศเย็นและลมแรง) - ร่มหรือเสื้อกันฝน (หมอก/ฝนมาไว) - รองเท้าดีๆ สำหรับเดินพื้นชื้น - สมุดเล็ก/โปสการ์ดสำหรับประทับตรา - ยาดม/ยาเมารถ (ถ้าเมาง่ายเพราะทางขึ้นเขาโค้ง) หวังว่าเช็กลิสต์นี้จะช่วยให้คนที่ค้นหา “อาลีซาน” วางแผนได้ง่ายขึ้นนะคะ ถ้าเวลาไม่เยอะ แค่ได้นั่งรถไฟสีแดง เก็บตราประทับ ชิมชา แล้วนั่งดูพระอาทิตย์ตก ก็ถือว่าได้สัมผัสเสน่ห์อาลีซานแบบครบมากแล้ว