แชร์ประสบการณ์

งูสวัดหรือแพ้พิษแมลง

ถ้ามีอาการแบบนี้อย่าไปร้านขายยา ให้ไปพบหมอที่โรงพยาบาล

22-5-69 แนนตื่นมามีตุ่มแดงๆ 2 ตุ่มคล้ายสิวอักเสบ ไม่คิดอะไรเพราะเคยเป็นสิวบริเวณนี้ ก็เดินทางไปขอนแก่นต่อ

23-5-69 แนนแต่งหน้าแล้วสังเกตเห็นว่า ตุ่มมันขยายใหญ่ขึ้น วงกว่างขึ้น ทำไมคล้ายๆงูสวัด แต่ไม่แสบ ไม่ร้อน ไม่เจ็บ ไม่ปวด เลยไปที่ร้านขายยา (ที่ชุมแพ ขอนแก่น) กะจะซื้อยาทา เภสัชกรพูดขึ้นเลยว่า งูสวัด เราบอกว่าเราไม่แสบ ไม่ร้อน ไม่ปวดตรงแผลเลยนะ เขาบอกเราเพิ่งเป็น ให้ยาต้านไวรัสราคา 400 บาท เรามากิน วันละ 5 เม็ด เราก็กินยามาตลอด

เราทานยาต้านไวรัสตั้งแต่ 23,24,25 พฤษภาคม 2569 เราว่าอาการมันไม่ดีขึ้น ตุ่มแดงไม่ได้ลามแต่พองขึ้น เราเองคิดว่าเราไม่ได้เป็นงูสวัด เพราะเรา ❌ไม่แสบ ไม่ร้อน ไม่ปวดแผล ❌ไม่มีไข้

25-5-69 กลางคืนเราไปหามหมอที่คลินิก หมอบอกว่า ไม่ใช่งูสวัด แต่เป็นแพ้พิแมลง หมอให้เราหยุดกินยาต้านไวรัส เราได้ยาตัวใหม่มากิน+ทา ราคา 800 บาท เราทายาแค่ 1 วัน แผลพองๆมันยุบลงจับเก็ดลอกออก ตอนนี้ 31-5-69 เราหายแล้ว

คำถามคือ เภสัชกรให้ยาต้านไวรัสฉันกินไปเยอะมาก #งูสวัด #แพ้แมลง #ร้านขายยา #คลินิก

#แชร์ประสบการณ์

6/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ได้เจออาการตุ่มแดงบนผิวหนังที่คล้ายกับงูสวัด แต่กลับไม่มีอาการเจ็บปวดหรือแสบร้อน ซึ่งเป็นอาการหลัก ๆ ที่มักจะมาพร้อมกับงูสวัด ทำให้เกิดความสงสัยว่าแท้จริงแล้วอาการนี้อาจไม่ใช่งูสวัด แต่เป็นอาการแพ้พิษแมลงแทน ขอแชร์ข้อควรรู้สำหรับคนที่เจอสถานการณ์คล้ายกัน คือ การสังเกตตัวเองอย่างละเอียดและไม่ควรซื้อยามาทาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจทำให้อาการไม่ดีขึ้นหรือลุกลามโดยไม่จำเป็น หรือได้รับยาที่ไม่ตรงกับอาการจริง ๆ อย่างในกรณีนี้ที่เภสัชกรแนะนำยาต้านไวรัสสำหรับงูสวัด ซึ่งอาจไม่จำเป็นหากอาการเกิดจากแพ้พิษแมลง การไปพบแพทย์หรือคลินิกที่มีผู้เชี่ยวชาญจะช่วยวินิจฉัยอาการได้ถูกต้องและรวดเร็ว โดยแพทย์จะประเมินจากลักษณะตุ่มแดง ความรุนแรงของอาการ และประวัติการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้หรือพิษจากแมลง จากนั้นจะสั่งยาและแผนการรักษาที่เหมาะสม เช่น ยาต้านอาการแพ้ หรือยาทาเพื่อบรรเทาอาการ นอกจากนี้ผู้ป่วยควรสังเกตอาการตนเอง หากไม่พบอาการปวดแสบร้อนหรือไม่มีไข้ ร่วมกับตุ่มที่ไม่ได้ลามออกไป อาจเป็นสัญญาณบอกว่าไม่ใช่งูสวดหรือภาวะแทรกซ้อนรุนแรง แต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจหรือรักษาตามใจตนเอง เพราะการวินิจฉัยที่ผิดพลาดอาจทำให้อาการลุกลาม จึงแนะนำให้เก็บข้อมูลอาการและประวัติการสัมผัส พร้อมบันทึกวันที่เริ่มมีตุ่มแดงและการใช้ยาต่าง ๆ เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินและวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำมากขึ้น และช่วยป้องกันการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนที่มีอาการผิดปกติบนผิวหนัง อย่าลังเลที่จะไปพบแพทย์โดยตรง โดยเฉพาะหากอาการมีตุ่มแดง พอง หรือเกล็ดลอก เพราะการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงทีจะช่วยให้หายเร็วและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพผิวหนังได้มากทีเดียว