Automatically translated.View original post

You don't have to act like it's okay everyday.🤍

Have your friends ever been...

When we try to say "okay" repeatedly, deep down, the heart is tired. 🥺☁️

Sometimes the constant force makes our hearts heavier.

Today we found a message from this book and liked it so much that we wanted to share it. 🤍📖

"Don't act like it's okay every day."

It's a book that gently comforts us, not trying to be strong, but saying, "It's okay to feel a little uncomfortable." 🌷

It's another book that reads and then feels the heart lighter on a tired day.

It's like taking a busy break and slowly becoming kind to yourself again. ☁️🫶🏻✨

# Psychology # Self-improvement psychology # Good books tell # Books # lemon 8 diary

5/22 Edited to

... Read moreในชีวิตประจำวัน หลายคนคงเคยเผชิญกับวันที่รู้สึกไม่อยากทำตัวเข้มแข็ง หรือรู้สึกเหนื่อยล้าทางใจมากกว่าทางกายเหมือนกันใช่ไหมคะ? จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมมักจะรู้สึกกดดันเมื่อพยายามพูดกับตัวเองว่า "โอเค" หรือ "ไม่เป็นไร" ทั้งที่ความรู้สึกจริง ๆ ข้างในกลับตรงกันข้าม หลายครั้งที่การฝืนยิ้มและเก็บความรู้สึกไว้คนเดียว กลับทำให้ใจยิ่งฟุ้งซ่านและหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนบางทีรู้สึกเหมือนจะทนไม่ไหว แม้ว่าจะพยายามบอกตัวเองว่าทุกอย่างต้องผ่านไป การอ่านหนังสือที่พูดถึงเรื่องนี้ ซึ่งย้ำว่า "ไม่ต้องทำเหมือนว่าโอเคทุกวันก็ได้" ทำให้ผมรู้สึกว่าการยอมรับอารมณ์ของตัวเองตามความเป็นจริงเป็นเรื่องสำคัญ ความรู้สึกเหนื่อยล้าหรือไม่พร้อม บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องซ่อนหรือลบเลือน แต่ควรมองเป็นโอกาสให้ใจได้หยุดพักและฟื้นฟู หนึ่งในข้อคิดที่ช่วยได้มากคือการ "ติดป้ายชื่อ" หรือยอมรับความรู้สึกในช่วงเวลานั้น เช่น ถ้าเรารู้สึกเศร้า เหนื่อย หรือกังวล ก็ให้บอกตัวเองว่า "รู้สึกแบบนี้ก็ได้ ไม่เป็นไร" การทำแบบนี้ช่วยลดการวิจารณ์ตัวเองและเปิดโอกาสให้ใจเราได้เยียวยาอย่างแท้จริง นอกจากนี้ การแบ่งปันกับเพื่อนหรือคนใกล้ตัวเมื่อรู้สึกไม่โอเคก็นับเป็นวิธีที่ดีมาก เพราะบางครั้งแค่มีคนฟังและเข้าใจ ก็ช่วยให้ความรู้สึกหนัก ๆ เบาลงได้มากกว่าที่คิด จากที่ลองใช้วิธีนี้มา ผมพบว่าการไม่ต้องยิ้มให้โลกทั้งใบทุกวันและยอมรับความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง เป็นหนทางที่นำไปสู่การดูแลใจที่ดีขึ้น ทำให้ในวันที่เหนื่อยยังรู้สึกว่ายังมีความสงบ และพร้อมก้าวไปวันต่อไปอย่างนุ่มนวลมากขึ้น บทเรียนนี้อยากให้ทุกคนได้รู้ว่า การดูแลใจไม่จำเป็นต้องทำให้มันสมบูรณ์แบบ หรือรู้สึกดีตลอดเวลา แค่ใจเราได้รับการพักผ่อนและเห็นคุณค่าในตัวเองอย่างแท้จริง นั่นก็เพียงพอแล้วค่ะ