5 ประโยชน์ที่คาดไม่ถึงของการเดิน!!

1/21 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าคุณกำลังค้นหา “ประโยชน์ของการเดิน 5 ข้อ” แบบอ่านแล้วเอาไปทำตามได้จริง เราขอแชร์จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เริ่มเดินเพื่อดูแลสุขภาพแบบไม่หักโหม (และทำต่อเนื่องได้) 1) เสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย “ฟื้นไว” ขึ้น ตอนที่เริ่มเดินสม่ำเสมอ เราสังเกตว่าร่างกายไม่ค่อยอ่อนเพลียเหมือนเดิม และถ้าวันไหนนอนน้อยก็ยังพอมีแรงทำงาน การเดินเป็นคาร์ดิโอเบาๆ ที่ช่วยให้ระบบไหลเวียนทำงานดีขึ้น ร่างกายเลยเหมือนพร้อมรับมือความล้าประจำวันได้มากกว่าเดิม 2) ลดเจ็บข้อ/ลดตึงตัว (ถ้าเดินถูกวิธี) หลายคนกลัวว่าการเดินจะทำให้เข่าเสื่อม แต่ของเรากลับรู้สึกว่า “ข้อหลวมขึ้น” เพราะเริ่มจากเดินช้าๆ บนพื้นเรียบ ใส่รองเท้าซัพพอร์ตดี และวอร์มอัพก่อน 3–5 นาที เคล็ดลับคือก้าวสั้นลง หลังตรง เกร็งหน้าท้องเบาๆ และอย่ารีบเพิ่มระยะทางทีเดียวเยอะๆ 3) ลดเสี่ยงเบาหวาน โดยเฉพาะการเดินหลังอาหาร ทริคที่ทำแล้วเวิร์กคือ “เดิน 10–15 นาทีหลังมื้ออาหาร” ช่วยให้ไม่ง่วงหลังข้าวและรู้สึกว่าน้ำตาลไม่แกว่งง่าย เหมาะกับคนที่ทำงานนั่งนานๆ หรือเริ่มคุมหวานคุมแป้ง 4) ช่วยคุมน้ำหนัก/เผาผลาญ และอาจเกี่ยวกับการยับยั้งยีนอ้วน เราไม่ได้โฟกัสลดน้ำหนักแบบฮาร์ดคอร์ แต่พอเดินต่อเนื่อง รู้สึกว่าหุ่นกระชับขึ้นและอยากขยับตัวมากขึ้นด้วย ถ้าอยากเห็นผลเรื่องน้ำหนักจริงๆ แนะนำให้จับคู่กับการกินง่ายๆ เช่น เพิ่มโปรตีน ลดน้ำหวาน และนอนให้พอ เพราะการเดินอย่างเดียวแต่กินเกินก็อาจนิ่งได้ 5) ลดความเสี่ยงบางโรค เช่น มะเร็งเต้านม (ในภาพรวมของการใช้ชีวิต) การขยับร่างกายสม่ำเสมอเป็นหนึ่งในพฤติกรรมสุขภาพที่หลายแหล่งข้อมูลพูดถึง รวมถึงประเด็นความเสี่ยงมะเร็งเต้านมด้วย เรามองว่า “เดิน” เป็นจุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดสำหรับคนที่ยังไม่พร้อมออกกำลังหนัก แล้วต้องเดินวันละ 10,000 ก้าวไหม? สำหรับเรา 10,000 ก้าวเป็นเป้าหมายที่ดี แต่ไม่จำเป็นต้องเริ่มตรงนั้นทันที เริ่มจาก 3,000–5,000 ก้าวก่อนก็ได้ แล้วค่อยเพิ่มทีละ 500–1,000 ก้าวทุกสัปดาห์ จะทำให้ไม่บาดเจ็บและทำต่อเนื่องได้นานกว่า ไอเดียทำให้เดินได้ทุกวัน: - เดินคุยโทรศัพท์/ประชุมออนไลน์แบบเดินช้าๆ - พาสุนัขเดินเล่น (ได้ทั้งเราได้ทั้งน้อง) - จอดรถไกลขึ้น/ลงก่อน 1 ป้าย ถ้าคุณอยากได้ “ประโยชน์ของการเดิน 5 ข้อ” แบบเห็นผลจริง แนะนำให้โฟกัสที่ความสม่ำเสมอมากกว่าความเร็วค่ะ เดินให้ได้ทุกวันก่อน แล้วค่อยเพิ่มระยะและความเร็วตามสภาพร่างกาย