Where's the headache = What's the body telling you?
เวลาปวดหัวจากความเครียด เรามักจะโฟกัสแค่ว่า “ปวดมาก” แต่สิ่งที่ช่วยได้จริงคือสังเกตให้ละเอียดว่าเราปวด “ตรงไหน” และเกิดตอน “ทำอะไร/คิดอะไร” เพราะความเครียดทำให้กล้ามเนื้อตึง (คอ บ่า ไหล่ ขมับ กราม) และรบกวนการนอน/การกิน จนปวดหัวเป็นวงจรได้ 1) ปวดรอบศีรษะ/เหมือนมีอะไรรัด (Tension headache) อันนี้เจอบ่อยสุดในคนเครียด นั่งจอนาน ทำงานก้มคอ หรือพักผ่อนไม่พอ วิธีที่เราทำแล้วดีขึ้น: - พักสายตา 20-20-20: ทุก 20 นาที มองไกล 20 ฟุต 20 วินาที - ยืดคอ บ่า ไหล่ 3–5 นาที: หันคอช้าๆ ยกไหล่ขึ้น-ลง บีบสะบักเข้าหากัน - ประคบอุ่นที่คอ/บ่า 10–15 นาที ช่วยคลายกล้ามเนื้อ - ดื่มน้ำเพิ่ม เพราะหลายครั้งปวดหัวมาจากขาดน้ำร่วมด้วย 2) ปวดขมับ/ตุบๆ คลื่นไส้ แพ้แสง (ไมเกรน) ถ้าปวดขมับข้างเดียว หรือปวดตุบๆ ร่วมกับไวต่อแสง/เสียง ให้ลอง: - อยู่ในห้องมืด เงียบ พัก 20–30 นาที - ประคบเย็นบริเวณขมับ/หน้าผาก - จด “ตัวกระตุ้น” เช่น นอนน้อย กาแฟมาก/ขาดกาแฟ ประจำเดือน อาหารบางชนิด ไมเกรนกับความเครียดมักมาคู่กัน การจัดการความเครียดจึงสำคัญมาก 3) ปวดโหนกแก้ม/หน้าผาก คัดจมูก (ไซนัส) ถ้าปวดบริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก แล้วแน่นจมูก น้ำมูกข้น อาจเป็นไซนัส: - ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ - สูดไอน้ำอุ่น/อาบน้ำอุ่น - เลี่ยงฝุ่น ควัน และนอนยกหัวสูงเล็กน้อย 4) ปวดกราม/ข้อต่อขากรรไกร (TMJ) จากกัดฟันตอนเครียด สังเกตว่าตื่นมาปวดกราม หรือรู้สึกกรามล้า เคี้ยวแล้วเจ็บ: - เลี่ยงเคี้ยวของเหนียว/แข็งชั่วคราว - ประคบอุ่นบริเวณกราม และนวดเบาๆ - ถ้าสงสัยกัดฟันตอนนอน อาจต้องปรึกษาทันตแพทย์เรื่องเฝือกสบฟัน 5) เทคนิค “ตัดวงจรความเครียด” ที่ช่วยลดปวดหัว - หายใจ 4-7-8 หรือหายใจยาวช้าๆ 3–5 นาที (ช่วยลดความตึง) - เดินเบาๆ 10–15 นาที ให้เลือดไหลเวียน - เข้านอนให้เป็นเวลา ลดจอ 1 ชั่วโมงก่อนนอน - คาเฟอีน: ถ้าดื่มประจำ ให้ค่อยๆ ลด ไม่หักดิบ (บางคนปวดหัวจากถอนคาเฟอีน) ควรไปพบแพทย์ทันทีถ้า “ปวดหัวรุนแรงที่สุดในชีวิต”, ปวดหัวร่วมกับแขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด ชัก ตามัวเฉียบพลัน, มีไข้คอแข็ง, หรือปวดหัวถี่ขึ้น/หนักขึ้นเรื่อยๆ แม้ดูแลตัวเองแล้วไม่ดีขึ้น
