Alua candy
Malila Studio Ayutthaya
🥣 have no background, can study
🥣 study for 1 day.
🥣 can do both baking and not baking.
🥣 sell every festival.
# Aalua baking class # Malila alua # Alua candy # Premium # Delicious snacks tell
ถ้าใครกำลังหา “อาลัวสูตรวังไกลกังวล” เพื่อทำทานเองหรือทำขาย เราขอแชร์สิ่งที่ได้จากการลองทำ/ลองเรียนมาแบบภาษาคนทำขนมจริง ๆ นะคะ จุดเด่นของแนวสูตรนี้คือเนื้ออาลัวต้องเนียน ละเอียด แห้งสวย และขึ้นลายได้ชัด เหมาะมากกับการทำเป็นงานพรีเมี่ยมไว้ขายช่วงเทศกาล อย่างแรกที่มือใหม่มักพลาดคือ “กวนไม่ถึง” หรือ “กวนเกิน” ค่ะ ถ้ากวนน้อยไป เนื้อจะเหลว บีบแล้วไม่คงทรง ผิวจะยุบและแฉะง่าย แต่ถ้ากวนเกิน เนื้อจะแห้งร่วน บีบแล้วแตกลายไม่สวย วิธีเช็กแบบง่าย ๆ ที่เราใช้คือยกพายขึ้นแล้วเนื้อควรไหลช้า ๆ เป็นริบบอน และพอกวาดก้นหม้อแล้วเนื้อรวมตัวกลับมาได้เร็ว แบบนี้บีบลายสวยมาก เรื่อง “อบ” กับ “ไม่อบ” ก็เป็นคำถามที่หลายคนค้นหาเหมือนกัน จากที่ลองทำมา แบบไม่อบจะให้ผิวด้านนุ่มกว่า เหมาะกับกินสดหรือแพ็กขายเร็ว ๆ แต่ต้องระวังเรื่องการตากให้แห้งพอ ไม่งั้นมีโอกาสชื้นและติดกล่อง ส่วนแบบอบจะช่วยให้ผิวแห้งขึ้น เซ็ตทรงไว เก็บได้นานกว่า โดยเฉพาะถ้าต้องทำจำนวนมากเพื่อขายช่วงเทศกาล เราจะเอนไปทางอบอ่อน ๆ เพื่อให้ผิวสวยและคุมความชื้นได้ง่าย ทริคเล็ก ๆ ที่ทำให้ “อาลัวพรีเมี่ยม” ดูต่างคือการบีบให้ขนาดสม่ำเสมอ และจัดถาดให้ลม/ความร้อนเดินทั่วถึงค่ะ ถ้าบีบชิ้นใหญ่ชิ้นเล็กปนกัน เวลาตากหรืออบจะไม่พร้อมกัน ทำให้บางชิ้นแห้งเกิน บางชิ้นยังชื้นอยู่ อีกอย่างคือสี—ถ้าอยากได้โทนละมุนแบบขนมวัง เลือกผสมสีทีละนิด ค่อย ๆ เพิ่ม จะได้สีไม่โดด และถ่ายรูปออกมาสวยมาก สำหรับคนอยากทำขาย เราแนะนำให้ลองทำ 2 สูตรย่อยจากฐานเดียวกันก่อน: “ชุดสีพาสเทล” กับ “ชุดสีมงคล” เพราะขายได้ทุกเทศกาลจริง ๆ เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ งานบุญ งานไหว้ผู้ใหญ่ และอย่าลืมจดต้นทุนต่อชิ้น/ต่อกล่องไว้เลย จะตั้งราคาง่ายขึ้น สุดท้ายเรื่องอุปกรณ์ ถ้ามีเตาอบจะยืดหยุ่นมากขึ้น แต่ไม่มีเตาก็ทำได้ค่ะ แค่เน้นขั้นตอนกวนให้ถึง และจัดการเรื่องการทำให้แห้งให้ดี (อากาศร้อนชื้นควรระวังเป็นพิเศษ) ใครกำลังเริ่มจากศูนย์แล้วอยากทำอาลัวสูตรวังไกลกังวลให้ได้ทรงสวย ๆ ทำครั้งสองครั้งก็เริ่มจับทางได้แล้วค่ะ