Automatically translated.View original post

Hole marks from chickenpox

1/20 Edited to

... Read moreตอนเป็นอีสุกอีใสตอนโต บอกเลยว่าเหนื่อยกว่าที่คิดมาก และสิ่งที่ตามมาคือ “แผลเป็นอีสุกอีใสเป็นหลุม” ซึ่งในภาพที่เราซูมจะเห็นเป็นหลุมเล็ก ๆ หลายจุด ผิวดูไม่เรียบและเหมือนหายช้ามาก หลายคนทักว่าแบบนี้เรียกหลุมอะไร—จากที่หาข้อมูลและสังเกตผิวตัวเอง ส่วนใหญ่จะคล้าย “หลุมตื้น ๆ แบบ rolling/boxcar” (ขอบไม่แหลมมาก) แต่ถ้าเป็นจิ้ม ๆ ลึก ๆ แคบ ๆ จะใกล้เคียง ice pick มากกว่า ทั้งนี้การดูจากรูปอย่างเดียวอาจไม่ชัวร์ 100% ถ้าหลุมเยอะ/ลึก แนะนำให้ให้หมอผิวหนังช่วยประเมินจะตรงที่สุดค่ะ สิ่งที่เราอยากแชร์ก่อนคือ “ช่วงเป็นผื่นอีสุกอีใส” สำคัญมาก เพราะเป็นตัวกำหนดว่าหลังหายจะทิ้งรอยหนักแค่ไหน ทริคที่ช่วยลดโอกาสเกิดหลุมสำหรับเราคือ 1) ห้ามแกะ/เกาเด็ดขาด แม้คันมาก เพราะการอักเสบลึกขึ้นจะทิ้งหลุมง่าย 2) ตัดเล็บสั้น อาบน้ำแล้วซับเบา ๆ ไม่ถูแรง 3) ถ้าจะใช้ยาแต้มอีสุกอีใส เลือกแบบที่ช่วยลดคัน/ระคายเคืองและใช้ตามฉลาก (เราจะเลี่ยงการแต้มหลายตัวซ้อนกัน เพราะผิวแห้งลอกแล้วเผลอเกา) 4) ถ้ามีตุ่มที่เริ่มแดง บวม เจ็บ หรือมีหนอง ควรพบแพทย์ เพราะการติดเชื้อซ้ำทำให้แผลเป็นลึกขึ้นได้ พอเข้าสู่ช่วง “รอยหลุมอีสุกอีใส” แล้ว สิ่งที่เราทำเพื่อให้หลุมดูตื้นขึ้น (แบบค่อยเป็นค่อยไป) คือโฟกัสที่การซ่อมแซมผิวและกระตุ้นคอลลาเจนแบบไม่หักโหม - กันแดดทุกวัน (สำคัญมาก) เพราะแดดทำให้รอยแดงรอยคล้ำชัดขึ้น และผิวฟื้นช้าลง - เติมความชุ่มชื้นให้ผิวสม่ำเสมอ ผิวที่ชุ่มจะดูเรียบขึ้นเล็กน้อยและแต่งหน้าติดกว่า - เลือกสกินแคร์ที่ช่วยเรื่องพื้นผิว เช่น กลุ่มเรตินอยด์/เรตินอล หรือกรดผลัดเซลล์อ่อน ๆ (เริ่มช้า ๆ ทีละตัว สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง และหยุดทันทีถ้าแสบลอกมาก) - ถ่ายรูปเช็คทุก 2-4 สัปดาห์ แสงเดิม มุมเดิม จะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดกว่าการส่องกระจกทุกวัน ถ้าถามว่า “หลุมอีสุกอีใส รักษาให้หายขาดได้ไหม” ส่วนตัวรู้สึกว่าสกินแคร์ช่วยได้ระดับหนึ่งเรื่องผิวดูเนียนขึ้น แต่หลุมลึกมักต้องพึ่งหัตถการ เช่น microneedling, subcision, fractional laser หรือ TCA CROSS (เลือกตามชนิดหลุม) ใครที่มีหลุมเยอะ แนะนำปรึกษาคลินิก/รพ.ที่มีแพทย์ผิวหนัง จะได้แผนที่เหมาะกับผิวและงบค่ะ