เมะที่เศร้าทั้งที่ดูไปแค่สองตอนเอง!!🥹
Frieren Beyond Journey's End จะทำให้เราเข้าใจความหมายของทุกการเดินทางในชีวิต และการใช้ชีวิตให้มีความสุข #lemon8ไดอารี่ #frierenbeyondjourneysend #frieren #Frieren #himmel
ถ้าใครกำลังลังเลว่า “ฟีเรนสนุกไหม” เราว่าคำตอบคือสนุกแบบไม่ต้องมีฉากพีคเยอะๆ แต่ค่อยๆ บีบหัวใจให้หนักขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะช่วง 2 ตอนแรกที่เหมือนทำให้เราเข้าใจธีมหลักของเรื่องเลย: การเดินทางไม่ได้จบตอนปราบจอมมาร แต่ “ความหมาย” ของมันเพิ่งเริ่มตอนที่เราหันกลับไปมองว่าเราเคยใช้เวลากับคนสำคัญยังไง Frieren Beyond Journey’s End (ฟีเรน) เป็นอนิเมะโทนเหงาๆ อบอุ่นๆ ที่เล่าจากมุมมองของเอลฟ์ที่อายุยืนมาก จนเวลาของมนุษย์เหมือนแป๊บเดียว พอดูไปจะรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ได้พยายามทำให้ร้องไห้ด้วยดราม่าหนักๆ แต่ใช้ “ความทรงจำ” กับ “สิ่งที่ไม่ได้พูดตอนมีโอกาส” มาทิ่มเราเบาๆ แล้วมันเจ็บจริง โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของฟีเรนกับฮิมเมล ที่ทำให้เห็นชัดเลยว่าบางทีความรัก/ความผูกพันมันไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ใหญ่โต แต่เกิดจากวันธรรมดาที่เราใช้ร่วมกัน จุดที่เราชอบมากคือจังหวะเล่าเรื่องช้า แต่ไม่เอื่อย ภาพสวย เพลงดี และอารมณ์มันนิ่งๆ คล้ายเวลาที่เราเหม่อมองหิมะตกหรือท้องฟ้าโล่งๆ แล้วนึกถึงคนที่ไม่อยู่แล้ว ความเศร้าของเรื่องเลยเป็นแบบ “ดังอยู่ข้างใน” มากกว่าจะระเบิดออกมา ใครที่ชอบอนิเมะเศร้าๆ แนวเยียวยา (แนวเดียวกับ Violet Evergarden ในแง่ความละมุนและการค่อยๆ ทำให้คิดถึงความสัมพันธ์) น่าจะเข้าทาง ถ้าอยากดูให้อินขึ้น เราแนะนำให้ดูแบบไม่เร่ง เปิดซับ/พากย์ที่ตัวเองสบาย แล้วให้เวลากับรายละเอียดเล็กๆ เช่น สายตาของฟีเรนตอนนึกถึงอดีต หรือคำพูดสั้นๆ ของฮิมเมลที่เหมือนธรรมดาแต่ติดอยู่ในใจ แค่สองตอนแรกก็พอทำให้รู้แล้วว่าเรื่องนี้จะพาเราไปสำรวจ “การเติบโตหลังการจากลา” และการใช้ชีวิตให้มีความสุขแบบที่ไม่รอให้สายเกินไป สรุปสำหรับคนค้นหาอนิเมะเศร้า: Frieren ไม่ได้เศร้าแบบร้องไห้โฮทุกตอน แต่เป็นเศร้าลึกๆ แบบเหงาๆ อบอุ่นๆ ดูแล้วอยากกลับไปกอดคนสำคัญ หรืออย่างน้อยก็อยากบอกเขาให้ทันว่าเรารู้สึกยังไง
