ทรมานแทบตาย สุดท้ายต้องรอคนที่หนักกว่า

วันนี้อยากมาเล่าเรื่องที่สุดของชีวิตของตัวเองให้ฟังค่ะ เป็นเรื่องที่ไม่ได้เล่าในให้มี digital footprint ที่ไหนมาก่อน

ตอนที่เป็นแอร์ ตอนนั้นทำไฟล์ turn around คือทำไปและกลับเลย รูทบิน BKK-NKG-BKK / บินไปกลับ กทม- หนานจิง flight time ขาละประมาณ 3.30 สองขาก็ 7 ชม.

แต่สิ่งที่ผู้โดยสารไม่รู้คือ ต้องตื่นมาแต่งตัวตั้งแต่ 8 โมง ทำทุกอย่างให้เรียบร้อย และไปรีพอท ประมาณ 11.30 เครื่องขึ้นตอน บ่าย 2 / พอไปถึง 11.30 ต้องเริ่ม เข้าห้องบรีฟ ฟังรายละเอียดต่างๆ ของไฟล์ท จำ และถามคำถาม safety & security / ทวน service และก็ต้องดูว่าตัวเองอยู่ประตูไหน มีอะไรต้องทำเป็นพิเศษบ้าง

วันนั้นเป็นช่วงหน้าท่องเที่ยว ช่วงวันปิดเทอมของเด็กๆ เด็กๆ จะเยอะมาก บนเครื่องไม่มีข้าวให้ผู้โดยสาร จะมีจำหน่ายอย่างเดียว และมีของ Duty free ขาย เป็นวันที่ยุ่งมากๆๆ ขายจนหมดคาร์ทตั้งแต่ขาไป เราก็จะแลนด์ประมาณ 6 โมง-ทุ่มที่จีน และขากลับก็จะขายฉ่ำมาก เพราะเป็นเวลา อาหารเย็น

วันนั้นเราเอา แกงกะหรี่ไปกิน ใส่ไว้ในwarmer เหมือนให้เค้าอุ่นอยู่ตลอดเวลา พอจะมาได้กินจริงๆ ก็ เกือบ 3-4 ทุ่มไป หลังทำ service เสร็จ ขากลับมาไทย ซึ่งเราก็กินข้าวที่เราเอาไป คือแกงกะหรี่ ซึ่งเราไม่รู้ว่ามันบูด เพราะมันปกติมาก แต่พอจะแลนด์ รู้สึกปวดหัว (บนเครื่องจะมี crew mealให้แต่เราไม่ค่อยชอบกิน) และมีเพื่อนบนเครื่องก็มีอาการปวดหัวเหมือนกัน แต่หลังแลนด์ เช็ค leftover ว่ามีผู้โดยลืมอะไรไว้ไหม กว่าจะลงบนพื้น คือ เที่ยงคืน และก็รอพี่ๆ CIC/ cabin in charge and cabin leader debrief ว่าเราทำอะไรดี ไม่ดีบ้าง กว่าจะออกจาก immigration คือเที่ยงคืนกว่า เท่ากับวันนั้นเราได้กินแค่แกงกะหรี่

โชคดีมากที่มี batch mate (คนที่เทรนมาด้วยกัน) เพื่อนก็วนมาส่งที่คอนโดใกล้ๆ สนามบิน เป็นเพื่อนที่รักมากกกก นางก็มาส่ง และรู้ว่าเราเหมือนไม่สบาย จะอ้วก พอเพื่อนขับมาส่งจอดใน 7-11 เราด้วยว่าผะอืดผะอม ก็ไปอ้วกพุ่งอยู่หน้า 7-11 ในชุดแอร์ ใช่ค่ะ อ้วกพุ่ง แบบหนัง เพราะเราทำอะไรไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว

อิเติ้ลเพื่อนรัก น่ารักมาก เพื่อนรีบวิ่งมา เพราะมันจอดรถคอยดูท่าทีเราอยู่ ละนางบอกว่าจะไปส่ง เราเกรงใจมากและเดียวแฟนก็มารับเลยบอกให้นางกลับไปก่อน นางก็เลยขับรถกลับไป

พอแฟนมา สภาพคือ มีกระเป๋าสองใบ หิ้วกับลาก นั่งยองหน้า 7-11 ละขอให้เค้าพาไป รพ มันปวดท้องมากทุกคน แบบมากๆ ตอนนั้นเค้าพาไป เปาโล โชคชัยย4 เพราะมันใกล้บ้าน เราก็อยากไปนั่น เพราะคิดว่าค่ารักษาน่าจะถูกกว่าวิภา แต่ระยะทางที่กลับวันนั้น มันไกลเกินฝัน ไกลลลลแบบถามว่าเหยียบให้มิดเลยได้ไหม เพราะมันทั้งจะท้องเสีย อ้วก เหงื่อออกท้วมตัวไปหมด ซึ่งปวดท้องจนชุดเป็นชุดแบบเดรสมีซิปหลัง เรารูดมาครึ่งตัว โชคดีมากที่ใส่ซับใน ส่วนท่อนล่างมีเกงในกับถุงน่อง แรงก็ไม่มี แต่พยายามรูดถุงน่องให้ลงไปอยู่ต่ำที่สุด ซึ่งได้แค่หน้าขา และหมดแรงก่อน

พอถึงฉุกเฉิน ปกติสายการบินจะมีกฏให้พก blazer สีดำไว้ เราหก็เอามาคลุม ตอนเปิดประตู สภาพคือไม่ได้เลย

หัวผมที่มวยมาคือเละ ฉุดโป๊ะครึ่งบน ข้างล่างก็ไม่เรียบร้อย แต่ก็ต้องให้พี่ช่วยเข็นนั่ง wheelchairs เข้าไปฉุกเฉิน

ละคือที่นี่ฉุกเฉินคือฉุกเฉินจริง มีเลือดไหล ถ้าทาฃวายการแพทย์ประเมิณ ปวดท้องน่าจะเป็นอาการที่รุนแรงน้อยสุด เพราะ มีคนเลือกออก มีแผล โอ้ย เยอะมาก หลังจากที่เราเข้าไปในฉุกเฉินก็ทำได้แค่รอบนเตียง และอ้วกคงต่อไปเรื่อยๆ เหงื่ออก ปวดท้องมากๆ อยากให้เค้าช่วยฉีดยาแก้ปวดให้ แต่ผ่านไป 30 นาที / 1 ชม บุคลากรทางการแพทย์ก็ไม่ได้พอกับเคสในวันนั้น ซึ่งเเราเข้าใจดี จากที่ผ่านมา หรือได้ยินมา เสียงโอดโอยของผช เยอะมาก หลายเตียง รอเย็บ รอทำแผล แต่พอ 1 ชมผ่านไป ตอนนี้มันไม่ได้มาแค่อ้วก เราต้องเข้าห้องน้ำ ใช่ค่ะ ขี้มา คุณพญาบาลถามว่าไปห้องน้ำไหวไหม แต่ร่างกายมันอ่อนแอมาก เกินกว่าที่เราสามารถ พาตัวเองไปห้องน้ำได้ เลยบอกเค้าว่า ไม่ได้จริงๆ และสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเกิดก็มาถึง คุณพญาบาลเอสกระโถนมาให้ และให้เราขี้ในสภาพนั้นบนเตียงฉุกเฉิน

ขอพาย้อนกลับมานิดนึงนะคะ เตียงฉุกเฉินมีแค่ม่านกั้น ไม่เก็บเสียง บนล่าง ข้างล่างมองเห็นขา ตอนนั้นตัวเลือกไม่มี เรียกแฟนมาอยู่ข้างๆ ให้ช่วยถอดถุงน่องออก มันเหมือนจะง่ายใช่ไหมคะ ในหนัง แต่เราใส่ถุงน่องแบบหนา กันเส้นเลทอดคอด มันจะปลอมมากๆ ซึ่งไม่สามารถฉีดขาดได้ เค้าก็มาช่วยขยับ จนมันหลุดไปที่ปลายเท้า หลังจากนั้นเราก็ทนไม่ไหว ขึ้นกระโถน จับราว และเริ่มปล่อยออกมา คือวันนั้นมันทรมานมาก จนพูดว่า อึ๊ๆๆๆๆๆๆๆ ลากยาวๆออกมา เพราะ

ไส้บิดแต่ มันยังไม่ออกมา นั่งสักพัก พอมันออกมา ก็ออกมาไม่หยุด หลังจากที่ออกมา คุณพยาบาลก็ช่วยเก็บให้ หลังจากนั้นสักพักก็มีมาฉีดยา พาขึ้นห้องไป ระหว่างทางที่พาขึ้นห้อง ออกจากม่าน ผช เยอะมาก ที่โอดโอย ละอีกเยอะมากที่รอทำแผล เราแค่คิดถึงกลิ่นของตัวเองยังรู้สึกรังเกียจเลย ขอโทษคุณผู้ชายพวกนั้นเยอะมาก ยังจำสายตาได้อยู่ กับเสียงที่เค้าได้ยินเราเบ่ง

ปรากฏวันนั้นคือ อ้วก ปวดบิด ท้องเสีย ไข้ขึ้น จากการกินแกงกะหรี่ที่อยู่ใน warmer และหรือ กินข้าวไม่ตรงเวลาด้วย ทำให้ไม่สบายหนักขนาดนี้ แอดมิด 2 คืนเลยค่ะ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เอาเข้าตู้เย็นจะทานตอนไหน ค่อยอุ่น ไม่มีเก็บเหมือนตุ๋นตลอด เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้อีกทีมะไหร่

เป็นอุทาหรณ์สำหรับตัวเองบ่อยๆ เลยค่ะว่า แม้ว่าร่างกายจะดีแค่ไหน แต่ถ้ากินอาหารที่ปล่อยไว้นาน ค้างนาน หรือไม่ได้พึ่งอุ่นใหม่ๆ จะไม่แตะเลย มันไม่คุ้มกับร่างกายที่ต้องทรมาณจริงๆค่ะ

ใครเคยเป็นอะไรแบบนี้ แชร์ให้ฟังบ้างนะคะ

#lemon8ไดอารี่ #สุขภาพ

2025/8/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเดินทางด้วยเครื่องบินในฐานะแอร์โฮสเตสมีความท้าทายมากกว่าที่ผู้โดยสารเห็น เช่น การต้องเตรียมตัวอย่างละเอียดตั้งแต่เช้า การเข้าห้องบรีฟเพื่อสอบถามรายละเอียดความปลอดภัยและบริการ รวมถึงการดูแลผู้โดยสารจำนวนมากโดยเฉพาะช่วงวันหยุดที่ผู้โดยสารเด็กเยอะและความต้องการบริการสูง ในเหตุการณ์ครั้งนี้ ผู้เขียนนำแกงกะหรี่ไปกินซึ่งเก็บในอุปกรณ์อุ่นอาหาร (warmer) ตลอดเที่ยวบิน แต่ไม่ทราบว่าอาหารเริ่มบูด หลังจากรับประทานเกิดอาการปวดท้องรุนแรง อาเจียน และมีไข้ ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาล เปาโล โชคชัย 4 และต้องแอดมิดรักษาตัวนาน 2 คืน จากประสบการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงอันตรายของการรับประทานอาหารที่อุ่นไว้เป็นเวลานานและไม่ได้เก็บในตู้เย็นอย่างถูกต้อง อาหารที่บูดสามารถก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษที่รุนแรงได้ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ร่างกายอ่อนแอและสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย เช่น การทำงานบนเครื่องบิน ผู้เขียนยังสะท้อนถึงความจริงของการทำงานในสายการบินที่ต้องเผชิญกับภาระหนักและความไม่สะดวกด้านสุขภาพ พร้อมทั้งความเมตตาของเพื่อนร่วมงานและครอบครัวที่เป็นกำลังใจสำคัญ คำแนะนำสำคัญสำหรับทุกคนคือ การเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ โดยควรเก็บในตู้เย็นและอุ่นใหม่ก่อนรับประทานเสมอเพื่อป้องกันการเกิดแบคทีเรียและสารพิษ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารที่ถูกเก็บไว้นานโดยไม่ได้ควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสม เหตุการณ์นี้จึงเป็นอุทาหรณ์เตือนใจเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยในการกินอาหาร ไม่ว่าจะในสถานการณ์ใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายการบินและการเดินทางไกล ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองให้แข็งแรงที่สุดเพื่อสามารถปฏิบัติหน้าที่และใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยได้