อย่าทำงานหนักเกินไปจนเป็นแบบนี้!!
สวัสดีค่ะ เราชื่อใบเฟิร์นนะคะ เราเคยทำงานในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในตำแหน่งผู้ช่วยเภสัชกร
โดยในตารางงานก็จะไม่มีวันหยุดที่ชัดเจน ตารางเวรมีตั้งแต่ 8ชม,12ชม,24ชม,และเวรพิเศษคือ 24+8=32ชม คละๆกันไป
เราทำงานแบบนี้มาประมาณ 2 ปี ซึ่งทุกครั้งที่ลากยาวภูมิก็จะตกประจำอาการ คือ เป็นเริมขึ้นที่ริมฝีปากบ่อยมาก เราก็ยังชิวอยู่คิดว่าเออเป็นปุ้ป กินยา ทายา ก็หาย
แต่มีอยู่ ช่วงนึง ก็ทำงานปกติ แต่มี d/n ทั้งสัปดาห์ ละก็ต่อ 8 ชม สักพักเรามีตุ่มน้ำใสเล็กๆขึ้นที่ข้อมือ เราก็คิดว่าอะไรกัดเนี่ย คันมาก เกาไปเกามาลามเป็นวงใหญ่ภายในชั่วข่ามคืน อยู่ๆอีกข้างนึงก็เป็น สักพักเราแพ้สร้อยคอที่เราใส่มาทั้งชีวิตและเป็นเงินแท้ เราตัดสินใจหาหมอ
สรุปภูมิคุ้มกันเราตกอย่างรุนแรง และมีอาการภูมิแพ้เฉียบพลันเฉยเลย คุณหมอก็ให้ยามาทาน บวกยาทาแก้ผื่นคัน เป็นอยู่ประมาณครึ่งเดือน คันมาก ทรมานสุดๆ ร่างกายกำลังประท้วงเราว่าเราใช้งานหนักเกินไป
สุดท้ายเราตัดสินใจลาออก ถามว่าเสียดายเงินเดือนมั้ยก็เสียดายนะ แต่เราต้องห่วงสุขภาพของตัวเองก่อนอันดับแรกนะคะ นี่ก็คือประสบการณ์ที่ทรมานไม่มีวันลืมเลย #แชร์ประสบการณ์เจ็บป่วย #รีวิวประสบการณ์เ จ็บป่วย #เล่าเรื่องในอดีต
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้พบเจอ ผมเข้าใจดีว่าการทำงานหนักร่างกายไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความเหนื่อยล้าเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันและผิวหนังอย่างที่หลายคนอาจไม่เคยนึกถึงมาก่อน ผมเองก็เคยมีอาการผื่นขึ้นและตุ่มน้ำใสที่ข้อมือ โดยเฉพาะเมื่อทำงานต่อเนื่องนานๆ และพักผ่อนไม่พอ ผื่นเหล่านั้นลามและขยายเป็นวงใหญ่จนคันรุนแรงมาก ซึ่งนอกจากทำให้รู้สึกไม่สบายตัวแล้วยังส่งผลต่อจิตใจด้วย เพราะต้องคอยกังวลว่าผื่นจะลุกลามอย่างไร ในช่วงเวลานั้นร่างกายเหมือนจะบอกซ้ำๆ ว่า ฉันไม่ไหวแล้ว อย่าทำงานหนักเกินไป การละเลยสัญญาณเหล่านี้นำมาซึ่งการเจ็บป่วยและภูมิคุ้มกันที่ตกต่ำจนเกิดอาการแพ้เฉียบพลันกับสิ่งที่ไม่เคยแพ้มาก่อน เช่น การแพ้เครื่องประดับที่เคยใส่ได้ปกติ สิ่งที่แนะนำคือต้องฟังร่างกายและรู้จักหยุดพัก เมื่อรู้สึกว่ามีสัญญาณเตือนของภูมิคุ้มกันตก หรือผื่นคันขึ้น ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม และอย่าลังเลที่จะปรับเปลี่ยนตารางงานหรือวิถีชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น นอกจากนี้ การดูแลตัวเองด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น อาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ดื่มน้ำเยอะๆ และนอนหลับให้เพียงพอ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยฟื้นฟูสุขภาพได้ดี สุดท้ายนี้ การรักษาสมดุลระหว่างงานและชีวิตเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ควรผลักดันตัวเองจนเกินไป เพราะสุขภาพที่ดีคือพื้นฐานของการใช้ชีวิตที่มีความสุขและประสบความสำเร็จในระยะยาว




