ประสบการณ์ในอดีต"อุทาหรณ์หน้าพังจาก 'หัตถการนี้’ Ep.1

🩹รีวิว... ประสบการณ์หน้าพังจากการทำหัตถการในอดีตที่จำไม่ลืม บทเรียนราคาแพงที่ใช้เวลารักษาตัวเกือบ 2 ปีเต็ม วันนี้อยากมาแชร์เพื่อเป็นอุทาหรณ์🙋🏼‍♀️

เราได้ไปฉีดเมโสหน้าใสมาค่ะ 💉💉(เพราะอยากผิวโกลว์แบบด่วนๆ) แต่ผลที่ได้กลับตรงกันข้าม หลังจากฉีดได้ไม่นาน ผิวเริ่มอักเสบ เป็นตุ่มแดง และทิ้งรอยไว้อย่างที่เห็นในรูปเลย ตอนนั้นเครียดมาก 😣😖

(ปกติเคยฉีดอยู่แล้ว 1-2ปีครั้ง )

• ขณะฉีดรู้สึกแสบร้อนมาก 🔥 แต่หมอก็แจ้งว่าจะดีขึ้นหลังฉีดไป2-3ชั่วโมง หลังจากกลับไปไม่แสบแล้ว

แต่ยังรู้สึกร้อนๆบริเวรที่ฉีด ก็ได้แจ้งคุณหมอไปอีกครั้ง ได้แจ้งว่าจะดีขึ้นใน24 ชั่วโมง

• วันที่3 ตุ่มยังคงนูนเป็นไตแข็ง แดงอุ่นและเริ่มคัน ยิ่งออกแดดอากาศร้อนยิ่งคันมากขึ้น ตุ่มแดงชัดขึ้น

หลังจากนั้นก็รักษามาเรื่อยๆ

ตอนนั้นเครียดมาก จนตัดสินใจเข้าไปรักษาที่ รพ.ผิวหนัง อย่างจริงจัง “คุณหมอวิเคราะห์ว่าสาเหตุอาจจะเกิดจาก”

🧐

(ซึ่งหมอส่วนใหญ่จะวิเคราะห์ประมาณนี้)

🔺อาการแพ้ตัวยา (Allergic Reaction): ผิวเราอาจจะต้านสารบางอย่างในตัวเมโสที่ฉีดเข้าไป

🔺การอักเสบติดเชื้อ (Infection): อาจเกิดจากความสะอาดของขั้นตอน หรือเครื่องมือในขณะนั้น

🔺เทคนิคการฉีด (Injection Technique): การฉีดผิดชั้นผิว หรือการใช้เข็มที่ทำร้ายเนื้อเยื่อมากเกินไป

#Lemon8Scrapbook #เมโสหน้าใส

#เล่าเรื่องในอดีต #เล่าประสบการณ์

#ภารกิจชิงครีเอเตอร์ดาวเด่น

4/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงที่ผิวหน้าเกิดการอักเสบและพัง จากการฉีดเมโสหน้าใส สิ่งที่ได้เรียนรู้คือการเตรียมตัวและเลือกสถานที่ทำหัตถการสำคัญมาก เพราะการฉีดเมโสถือเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความสะอาดขั้นสูงและเทคนิคที่ถูกต้อง หากใช้เข็มที่ไม่สะอาดหรือเข็มที่มีขนาดไม่เหมาะสม รวมทั้งการฉีดผิดชั้นผิว ก็อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองและติดเชื้อได้ง่าย นอกจากนี้ หลังจากฉีดเมโสควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัดๆ เพราะผิวจะยิ่งระคายเคืองและเป็นตุ่มแดงคันมากขึ้น รวมถึงควรสังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิดและรีบพบแพทย์ผิวหนังทันทีเมื่อเจออาการบวม แดง หรือแสบคันรุนแรง เพราะหากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดแผลเป็นและปัญหาผิวถาวรได้ อีกบทเรียนที่สำคัญคือไม่ควรเลือกทำเมโสที่ทำราคาไม่ชัดเจนหรือสถานที่ไม่มีใบอนุญาต เนื่องจากการใช้ยาหรือสารที่ไม่ได้มาตรฐานอาจก่อให้เกิดอาการแพ้สูงมาก สิ่งที่ควรทำคือศึกษาข้อมูล คลินิก และรีวิวจากผู้ใช้จริงก่อนตัดสินใจ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีของผิวหน้า จากประสบการณ์ของผู้เขียนเองต้องใช้เวลารักษาตัวและไปพบแพทย์ผิวหนังอย่างต่อเนื่องเกือบ 2 ปี กว่าจะกลับมาหน้าปกติได้ นอกจากนี้ยังได้ทดลองใช้ครีมและยาที่แพทย์แนะนำมาช่วยฟื้นฟู แนะนำให้ทุกคนอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาที่ทำให้ผิวสวยได้รวดเร็วเกินจริง ต้องใส่ใจและเตรียมตัวให้ดีทั้งก่อนและหลังรับบริการ เพื่อป้องกันผลเสียที่อาจเกิดขึ้นตามมา สรุปคือ การทำเมโสหน้าใสไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ฝีมือแพทย์เชี่ยวชาญ ทำความเข้าใจความเสี่ยงและวิธีดูแลผิวหลังทำอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันหน้าพังและผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ที่อาจเป็นบทเรียนราคาแพงแบบนี้