Automatically translated.View original post

Run Lalamove Supplement Saturday Sunday + After Work Daily

Fighting!

3/24 Edited to

... Read moreช่วงที่ลองวิ่ง Lalamove เป็นงานเสริมหลังเลิกงานกับเสาร์-อาทิตย์ สิ่งที่ช่วยได้มากคือ “อ่านสัญลักษณ์งานในแอปให้เป็น” และรู้กติกาเรื่อง “รับงานซ้อน” เพราะถ้ากดรับแบบไม่ดูรายละเอียด บางทีวิ่งไกล/รอหน้าร้านนานแล้วไม่คุ้มค่ะ 1) สัญลักษณ์งาน Lalamove ที่ควรดูให้ชิน - จุดรับ-จุดส่ง (Pin) + จำนวนจุด: ถ้าเห็นมีหลายจุดหมาย ให้เผื่อเวลาและค่าน้ำมัน บางงานดูราคาโอเคแต่ต้องแวะหลายที่ทำให้รอบตก - ประเภทรถ: เลือกให้ตรงกับของ (มอเตอร์ไซค์/กระบะ/4ล้อจัมโบ้ ฯลฯ) เพราะของเกินขนาดมีโอกาสโดนยกเลิกงานหรือโดนลดเรตจากผู้ส่ง - รายละเอียดสินค้า/หมายเหตุ: ตรงนี้สำคัญกว่าส่วนอื่น เช่น “ต้องช่วยยก” “ขึ้นคอนโด” “มีบันได” ถ้าเราไม่พร้อม ควรเลี่ยงตั้งแต่แรกเพื่อไม่เสียเวลาทั้งสองฝ่าย - ระยะทางโดยประมาณ: ใช้ตัดสินใจว่าหลังเลิกงานควรรับไหม (ถ้ารับไกลเกิน อาจกลับบ้านดึกและค่าใช้จ่ายบาน) 2) Lalamove รับงานซ้อนได้ไหม? โดยหลัก “รับงานซ้อนได้/ไม่ได”้ ขึ้นกับประเภทงาน เงื่อนไขในแอป และสถานะงานของเรา ช่วงที่เรามีงานอยู่ ถ้าแอปมีตัวเลือกให้รับเพิ่ม (หรือมีงานเด้งเข้ามา) ให้ดู 3 อย่างก่อนกดรับ: - เวลาไปรับของ (ETA) ซ้อนกันไหม: ถ้าจุดรับคนละทิศ โอกาสไปไม่ทันสูง - เส้นทางส่งไปทางเดียวกันหรือเปล่า: งานซ้อนที่คุ้มคือ “แนวเส้นทางเดียวกัน” ไม่ใช่ซิกแซก - ความเสี่ยงโดนยกเลิก: ถ้าเรารับซ้อนแล้วไปช้า ลูกค้าอาจยกเลิก ทำให้เสียทั้งเรตและเวลา ทริคส่วนตัวคือ ถ้าเพิ่งเริ่มให้เน้นทำทีละงานจนชำนาญ พอรู้โซน/รู้เวลารถติดแล้วค่อยลองงานซ้อนแบบระยะสั้นๆ 3) 4ล้อจัมโบ้ Lalamove เหมาะกับใคร ทำเงินยังไงให้คุ้ม 4ล้อจัมโบ้เหมาะกับงานชิ้นใหญ่/หลายชิ้น เช่น ย้ายของออฟฟิศ เฟอร์นิเจอร์ กล่องจำนวนมาก ข้อดีคือเรตต่อรอบมักสูงกว่า แต่ต้นทุนก็มากขึ้น (น้ำมัน/ค่าทางด่วน/ค่าดูแลรถ) ดังนั้นเวลารับงานให้ดู: - ของหนัก/ต้องยกหลายชิ้นไหม (ถ้าต้องใช้แรงมาก ลองประเมินว่าต้องมีคนช่วยหรือมีค่าแรงเพิ่ม) - จุดรับ-ส่งมีที่จอดสะดวกไหม (รถใหญ่หาที่จอดยากในบางโซน) - รวมรายได้ต่อชั่วโมง ไม่ใช่ดูแค่ราคารอบเดียว 4) ตัวอย่างการตั้งเป้ารายได้แบบงานเสริม อย่างเดือนที่เราวิ่งเสริม ได้ประมาณ ฿11,652.20 จาก 129 งาน เฉลี่ยแล้วต้องเน้น “ความสม่ำเสมอ” มากกว่ารับแต่งานไกลๆ วิธีที่ช่วยคือทำตารางคร่าวๆ เช่น หลังเลิกงาน 1–2 ชม. เน้นงานใกล้บ้าน/ทางกลับ และเสาร์-อาทิตย์ค่อยเพิ่มชั่วโมงเป็นช่วงเช้า-บ่ายที่ออเดอร์เยอะ สุดท้าย แนะนำให้จดต้นทุนทุกวัน (น้ำมัน/ค่าทางด่วน/ค่าจอด) แล้วค่อยสรุปกำไรจริง จะเห็นเลยว่างานแบบไหนคุ้ม และช่วยเลือกงานใน Lalamove ได้ไวขึ้นมากค่ะ