Automatically translated.View original post

Shein's not the only wrong person.⁉️🚫

Shein is not the only wrong man, but thousands of other Chinese factories hide the same truth.

Many people drama about Shein as "the villain of fashion" because it sells so cheap clothes that it causes the fashion world to crumble, including the environment, labor, and design, 🥲 but the truth is that Shein does not do this alone. Thousands of Chinese factories that make nom clothes and sell them on Shopee, Lazada, Amazon are guilty, just not to say it.

🔎 Why is Shein hit harder than everyone else?

Because Shein is so famous and so fast, 🪽 is explored by the big media, people around the world are ready to share, but when it's a small factory that sells nom on the platform, we let it go, because we think, "It's the right thing, it's the choice of low-income people."

👉, do you think we should blame Shein alone, or is it time to question the whole cheap fashion industry?

Or are we now part of the "bad guys of fashion"? 🤔

# lemon 8 diary # Recycled # Before losing money to lemon8 # lemon 8 boxchallenge # Fastfashion

2025/9/11 Edited to

... Read moreในวงการแฟชั่นราคาถูกที่กำลังเป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวาง เหมือนกับว่าการโฟกัสเยอะไปยังแบรนด์ใหญ่ เช่น Shein ทำให้หลายคนละเลยประเด็นที่สำคัญกว่านั้น นั่นคือ โรงงานผลิตเสื้อผ้าขนาดเล็กนับพันแห่งในจีนและประเทศอื่น ๆ ที่ผลิตสินค้าให้กับแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Shopee, Lazada หรือ Amazon ซึ่งมีการผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าราคาถูกในปริมาณมหาศาลเช่นกัน โรงงานเหล่านี้มักจะใช้แรงงานราคาถูกและไม่มีมาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการใช้วัตถุดิบและการทิ้งของเสียโดยไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง หนึ่งในปัญหาหลักของวงการแฟชั่นราคาถูกคือความต้องการเสื้อผ้าที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วจากผู้บริโภค หรือที่เรียกกันว่า fast fashion ทำให้เกิดการผลิตในปริมาณมากอย่างต่อเนื่องจนส่งผลกระทบหนักต่อระบบนิเวศและสังคมในวงกว้าง นอกจากนี้ ในหลายครั้ง การลอกแบบดีไซน์งานศิลปะและการออกแบบที่สร้างสรรค์โดยดีไซเนอร์เป็นเรื่องที่ถูกละเลย และการเรียกร้องให้มีความรับผิดชอบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมยังไม่เป็นที่แพร่หลายเพียงพอ จึงเป็นเวลาที่ผู้บริโภคและคนในวงการแฟชั่นต้องร่วมกันตั้งคำถามและทำความเข้าใจว่า ปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่แบรนด์ใหญ่แบรนด์เดียวแต่เป็นทั้งระบบ ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การตลาด จนถึงพฤติกรรมการบริโภคของเราเอง ในฐานะผู้บริโภค การเลือกซื้อเสื้อผ้าที่มีความรับผิดชอบสามารถเริ่มได้จากการสนับสนุนแบรนด์ที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและแรงงาน รวมถึงลดการซื้อเสื้อผ้าที่ไม่จำเป็น พร้อมทั้งส่งเสริมการรีไซเคิลและการใช้เสื้อผ้ามือสองเพื่อช่วยลดภาระสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ในท้ายที่สุด เราแต่ละคนอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเปลี่ยนแปลงวงการแฟชั่นได้ เพราะการตระหนักและเลือกใช้สินค้าที่มีคุณภาพและความรับผิดชอบมากขึ้น จะเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตและแบรนด์ต้องปรับตัวไปสู่ความยั่งยืนมากขึ้นด้วยเช่นกัน