นักศึกษาไอทีห้ามพลาด!!Pycharm Pro Free😍✨

🔥 JetBrains Student Pack มีอะไรให้บ้าง?

🔎IntelliJ IDEA (เขียน Java/ Kotlin แบบเทพ ๆ)

🔎PyCharm (เขียน Python, ML, Data Science)

🔎WebStorm (สาย Web Dev)

🔎DataGrip (จัดการฐานข้อมูล)

🔎Rider, PhpStorm, GoLand และอีกเพียบ!

แถมยังมี:

💭AI tools

💭Plugins พรีเมียม

คอร์สเรียนสำหรับผู้ใช้จริง

ทั้งหมดนี้ Freeeeeeeeeee!! 🤯

🚀 วิธีขอใช้งาน (ง่ายมาก)

1. เข้าเว็บ JetBrains → Student Pack

2. กด “Apply now”

3. กรอกข้อมูลและใช้อีเมลมหาวิทยาลัยในการสมัคร

4. รอรายละเอียดทางเมล และดำเนินการต่อทางเมลได้เลย

---

🌻สำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่

medium : ใช้สิทธิ Student เพื่อรับ License Jetbrains's Tools FREE! ไม่เกิน 1 นาที

---

สำหรับเราคือในขณะที่ทุกคนใช้ Vscode เราเลือกที่จะใช้ pycharm มากกว่า เพราะว่ามันรู้สึกใช้ง่ายกว่า เหมาะกับคนทึ่มแบบเราดี แถมได้ใช้ Pycharm Pro ฟรีอีก ก็ง่ายดีสะดวกดี เขียนโค้ดไวขึ้นด้วย เพราะว่า พิมพ์นิดหน่อยมันก็ขึ้นโค้ดมาหลายบรรทัดเลยแหละ ชอบเวอร์ แก้นิดหน่อย อะไรงี้ เขียนเสร็จไว้ มีเวลาแก้บัคมากขึ้น555😆

#แชร์ทริค #รอบรู้ไอที #สตอรี่ของฉัน #แจกฟรี #ป้ายยากับlemon8

2025/11/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครค้นหา “pycharm” แล้วลังเลว่าจะเริ่มจากตัวไหนดี เราขอสรุปแบบที่เราเจอมากับตัวเองเลยว่า PyCharm มี 2 แบบหลัก ๆ คือ Community (ฟรี) กับ Professional (เสียเงิน) ซึ่งตัว Pro จะเด่นเรื่องทำเว็บ/ทำงานกับฐานข้อมูล/เครื่องมือดีบักและโปรไฟล์ที่ครบกว่า และสำหรับนักศึกษาคือ “ขอใช้ PyCharm Pro ฟรีได้” ผ่าน JetBrains Student Pack นี่แหละ ก่อนสมัครเราแนะนำให้เตรียม 3 อย่างนี้ไว้ จะช่วยให้ผ่านเร็วขึ้น 1) อีเมลมหาวิทยาลัย (.ac.th หรือโดเมนของสถาบัน) ใช้ยืนยันสถานะนักศึกษา 2) ข้อมูลสถานะ/ระดับการศึกษา/ประเทศให้ตรงกับที่เรียนจริง (ในฟอร์มจะมีให้เลือก) 3) เช็กกล่องจดหมาย/สแปม เพราะลิงก์ยืนยันจะส่งมาทางเมล ขั้นตอนแบบละเอียด (เผื่อคนทำครั้งแรก) - เข้าเว็บ JetBrains แล้วไปหน้า Student Pack - กด Apply now / Request now - กรอกข้อมูลตามฟอร์ม: สถานะนักศึกษา ประเทศ ระดับการศึกษา และอีเมลมหาวิทยาลัย - ยืนยันอีเมลตามขั้นตอนที่ระบบส่งให้ จากนั้นล็อกอิน JetBrains Account - พอได้สิทธิ์แล้ว ให้ดาวน์โหลด PyCharm และเลือกเปิดใช้งานแบบ License/Account ของ JetBrains (ล็อกอินครั้งเดียว ใช้ได้หลายเครื่องตามเงื่อนไข) หลังได้ Pro แล้ว เราว่าของที่ทำให้ “คุ้ม” กว่าการใช้แบบฟรีคือ - ทำงานสายเว็บสะดวกขึ้น (เช่น Django/Flask) เพราะมีเครื่องมือช่วยรัน/ดีบักและจัดการโปรเจกต์ดีมาก - เชื่อมต่อฐานข้อมูลได้ง่ายขึ้น (ถ้าเรียน SQL หรือทำโปรเจกต์ที่ต้องใช้ DB) - โค้ดคอมพลีต/รีแฟกเตอร์ฉลาดขึ้น ช่วยลดเวลาพิมพ์และลดบั๊ก (อันนี้เป็นเหตุผลที่เราย้ายจาก editor อื่นมาเลย) อีกอย่างที่อยากป้ายยาคือ IDE Features Trainer ที่อยู่ใน JetBrains IDEs เป็นเหมือนบทเรียนสั้น ๆ สอนช็อตคัต/ฟีเจอร์พื้นฐานแบบโต้ตอบ ใช้ฝึกให้คล่องไวมาก โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มใช้ PyCharm แล้วรู้สึกปุ่มเยอะ ทริคส่วนตัวเวลาเริ่มใช้ PyCharm ให้ไม่งง - สร้าง Virtual Environment ตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์ (ช่วยไม่ให้แพ็กเกจตีกัน) - ตั้งค่า Interpreter ให้ถูกก่อนรัน - ลองใช้ Debug แบบกด breakpoint จะช่วยจับบั๊กไวกว่า print เยอะ ถ้าใครสมัครแล้วไม่ผ่านทันที อย่าเพิ่งตกใจ บางทีระบบอาจต้องตรวจสอบเพิ่ม หรืออีเมลมหาวิทยาลัยไม่ได้รับการรองรับ ให้ลองตรวจโดเมนเมล/เช็กอีเมลยืนยัน และทำตามขั้นตอนในเมลอีกครั้ง ส่วนใหญ่แก้ได้จากจุดนี้เลย

ค้นหา ·
นักศึกษาไอที