(5 พ.ย.68) นายกฯ สั่งการ มหาดไทย เร่งโอนเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ให้แล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย. นี้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมรับมือกับสถานการณ์พายุ “คัลแมกี” ที่กำลังจะเข้ามาในช่วงวันที่ 6-8 พ.ย.นี้ ซึ่งจากคาดการณ์จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่าน และเจ้าพระยา ที่ปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัยยังน่าเป็นห่วงปริมาณน้ำในเขื่อนมีมากเกือบ 100% โดยเฉพาะเขื่อนขนาดใหญ่ ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งอยู่ในแนวพื้นที่รับฝนจากพายุ “คัลแมกี” ทำให้ทุกหน่วยงานต้องวางแผนพร่องระบายน้ำจากแต่ละเขื่อน โดยวันที่ 5 พ.ย. 68 กรมชลประทาน จะปรับเพิ่มการระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาเป็น 2,500 ลบ.ม.ต่อวินาที สำหรับการเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการกระทรวงมหาดไทย ประสานผู้ว่าราชการจังหวัด เร่งรัดการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ครัวเรือนละ 9,000 บาท ซึ่งขณะนี้โอนเงินให้กับประชาชนแล้ว 2 ครั้งได้เพียง 11% โดยจะโอนครั้งที่ 3-4 ในวันที่ 6–7 พ.ย. 68 โดยขอให้เร่งโอนเงินให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ นอกจากนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมอุตุนิยมวิทยา ยังได้ออกประกาศเตือนพายุ “คัลแมกี” จะส่งผลให้ช่วงวันที่ 7–9 พ.ย. มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ ทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ดังนั้นกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้แจ้งเตือน 52 จังหวัด และประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามสภาพอากาศ การแจ้งเตือนภัย สถานการณ์น้ำในพื้นที่
เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและสามารถอพยพได้อย่างทันท่วงที สามารถขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
#นายกสั่งการมหาดไทยเร่งโอนเงินเยียวยาช่วยเหลือ #ผู้ประสบอุทกภัย #กระทรวงมหาดไทย #สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ #กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #กรมอุตุนิยมวิทยา #4เดือนทำทันที #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง
ในช่วงที่ประเทศไทยเผชิญกับสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง การออกมาตรการช่วยเหลือในรูปแบบการเยียวยาทางการเงินถือเป็นสิ่งจำเป็นในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยจากคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ให้กระทรวงมหาดไทยเร่งโอนเงินเยียวยาให้กับผู้ประสบอุทกภัยอย่างรวดเร็วภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ สะท้อนความตั้งใจของภาครัฐในการดูแลประชาชนอย่างจริงจัง พายุ “คัลแมกี” ที่คาดว่าจะเข้ามาในช่วงวันที่ 6-8 พ.ย.68 ก่อให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนสำคัญอย่างเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนอุบลรัตน์เพิ่มขึ้นใกล้เต็มความจุ การประสานงานระหว่างกรมชลประทานในการปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็น 2,500 ลบ.ม./วินาที ที่เขื่อนเจ้าพระยา เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อควบคุมสถานการณ์น้ำและป้องกันไม่ให้น้ำล้นตลิ่งจนเกิดน้ำท่วมฉับพลัน นอกจากนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังได้ออกแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าไปยัง 52 จังหวัดที่เสี่ยงต่ออุทกภัยและน้ำป่าไหลหลาก เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ติดตามข่าวสารและเตรียมรับมือ รวมถึงการเตรียมพื้นที่สำหรับอพยพอย่างทันท่วงที ข้อมูลเหล่านี้จึงถือเป็นความรู้ที่สำคัญสำหรับประชาชนในการวางแผนการใช้ชีวิตในช่วงฝนตกหนัก หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย อย่าลืมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและใช้ช่องทางที่ทางราชการจัดไว้ เช่น ไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับการแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือ เพื่อให้ได้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและปลอดภัย การช่วยเหลือจากรัฐบาลในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ประชาชน ยังสร้างความร่วมมือในการรับมือกับวิกฤตอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของหน่วยงานภาครัฐในการดูแลความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในทุกสถานการณ์
