🟢“เอกนิติ” มอบถุงยังชีพช่วยผู้ประสบอุทกภัย จ.นนทบุรี กรมชลประทานปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 13 จังหวัด ภาคใต้ รับมือน้ำท่วม 17 - 23 พ.ย. 68

หลายจังหวัดยังคงประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานต่าง ๆ เร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ลงพื้นที่จังหวัดนนทบุรีเพื่อให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัย จุดแรกลงพื้นที่ตำบลเกาะเกร็ด มีครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบและได้รับถุงยังชีพ จำนวน 1,354 ครัวเรือน จากนั้นคณะเดินทางต่อไปยังวัดเตย ตำบลบางตะไนย์ เพื่อมอบถุงยังชีพเพิ่มเติมให้แก่ประชาชนในหมู่ที่ 3 จำนวน 147 ครัวเรือน ส่วนสถานการณ์การระบายน้ำ กรมชลประทานแจ้งว่า จากสถานการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มทรงตัวและลดลงเล็กน้อยในช่วงเวลานี้ เพื่อลดผลกระทบด้านท้ายเขื่อน จึงปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 04.00 น. เหลืออัตรา 2,760 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากสถานการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง จะปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนต่อไป ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแจ้งเตือน 13 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังและรับมือสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ช่วงวันที่ 17 - 23 พฤศจิกายน 2568 โดยจัดทีมปฏิบัติการ เครื่องจักรกล เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที ตลอด 24 ชั่วโมง

#เอกนิติมอบถุงยังชีพช่วยผู้ประสบอุทกภัยนนทบุรี #กรมชลประทานปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา #13จังหวัดภาคใต้รับมือน้ำท่วม17ถึง23พยนี้ #กระทรวงการคลัง #กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ #กระทรวงมหาดไทย #4เดือนทำทันที #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

2025/11/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมสถานการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัดยังคงเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการจัดการอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในจังหวัดนนทบุรีที่ยังคงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง การมอบถุงยังชีพจากหน่วยงานภาครัฐ เช่น รองนายกรัฐมนตรีเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ถือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในพื้นที่ตำบลเกาะเกร็ดและวัดเตยมีการแจกถุงยังชีพหลายพันครัวเรือนซึ่งแสดงถึงการตอบสนองตรงจุดและทันเวลา ขณะเดียวกัน กรมชลประทานได้ปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อชุมชนท้ายเขื่อน ซึ่งการบริหารจัดการน้ำนี้เป็นไปตามข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มปริมาณน้ำไหลเข้า ทั้งนี้ หากน้ำยังลดลงต่อเนื่อง การปรับลดปริมาณน้ำระบายจะดำเนินไปอย่างเหมาะสม สะท้อนให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้เทคนิคด้านการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมืออาชีพ นอกจากนนทบุรีแล้ว ผลกระทบจากน้ำท่วมยังขยายวงกว้างไปยัง 13 จังหวัดภาคใต้ที่ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในช่วงวันที่ 17 ถึง 23 พฤศจิกายน 2568 โดยมีการจัดทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้ความช่วยเหลือในทันทีที่ได้รับแจ้ง การดำเนินการลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่มีความรวดเร็วและมีระบบรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิผล นอกจากนี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังเน้นเรื่องความปลอดภัยของประชาชน และการเตรียมความพร้อมทั้งในด้านบุคลากรและอุปกรณ์ที่จำเป็น ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความเอาใจใส่และความรับผิดชอบของภาครัฐในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติอย่างแท้จริง ด้วยวิธีการช่วยเหลืออย่างครอบคลุมและการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงจะได้รับการดูแลที่ดีขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดผลกระทบในระยะยาวต่อชีวิตความเป็นอยู่และเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน